[กลับหน้าหลัก]

Blog

  [ Blog ] 14 สิงหาคม 2555

ยุคหมาเป็นใหญ่ในบ้าน บริการหมามาแรง
ธุรกิจเกี่ยวกับหมาวันนี้ มันไม่ใช่ยุคของผู้ผลิตอีกต่อไปถึงยุคบริการแล้ว
หมวดหมู่:
Tag: -
ชอบ  (1)
  • mind&michel
  • ชอบสิ่งนี้
, View: 1,000, Comment: 0

Blog ของ

Michel

ยุคหมาเป็นใหญ่ในบ้าน บริการหมามาแรง

"ธุรกิจเกี่ยวกับหมาวันนี้ มันไม่ใช่ยุคของผู้ผลิตอีกต่อไปถึงยุคบริการแล้ว มันต้องต่อยอดมาทางนี้" อนุพันธ์ บุญชื่น กล่าวในฐานะเจ้าของธุรกิจเกี่ยวกับหมาและอยู่ในวงการนี้มานานกว่า 10 ปี

ธุรกิจที่ทำให้เขาเริ่มเป็นที่รู้จักคือการนวดแผนไทยให้หมา แต่ทว่าเขาดังเป็นพลุแตกไปทั่วโลกทันที เมื่อเขาบ้าพอ ที่จะนั่งเห่าหอนหน้าไมค์และคอมพิวเตอร์ เพื่อจัดรายการวิทยุออนไลน์ให้หมาฟังเป็นคนแรกของโลก (อ่านรายละเอียดเรื่อง "ธุรกิจหมาแบบนอกกรอบ ต้องมีความบ้า") ความเห็นของอนุพันธ์สอดคล้องกับ น.สพ. การุณ ชัยวงศ์โรจน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทเพ็ทแทรคไทย จำกัด (ศูนย์ติดตั้งไมโครชิพสัตว์), บรรณาธิการอำนวยการนิตยสาร Dogazine และ Cat Magazine, เจ้าของคลินิก "ศูนย์สุขภาพสัตว์เลี้ยง Pet Mall" และเจ้าของโครงการ "Pet City" ศูนย์รวมสินค้า บริการ และข้อมูลความรู้เพื่อคนรักสัตว์เลี้ยงที่ใหญ่ที่สุดในเมืองไทย บนพื้นที่ 9 พันตารางเมตร หลังจากคิดคอนเซ็ปต์นานถึง 2 ปี ก็จะเปิดตัวเร็วๆ นี้

"แม้คนเลี้ยงจะมีมากขึ้น แต่ตลาดธุรกิจสุนัขชั่วโมงนี้ไม่ง่ายเลย เพราะทั้งฟาร์มและร้านเพ็ทช็อปที่มีมากมายต่างก็แข่งกันลดราคา วงการไหนก็ตามที่มีการตัดราคากันเยอะ วงการนั้นก็เจ๊งเร็ว ผมว่าวันนี้ธุรกิจบริการเท่านั้นที่ยังพอทำกำไรได้ดี และทำกำไรได้สูงอยู่" น.สพ.การุณกล่าวถึงภาพรวมของธุรกิจเจ้าตูบ

นี่อาจเป็นเหตุให้ระยะหลังร้านเพ็ทช็อปพากันขยายไลน์สู่ธุรกิจบริการเพื่อ เจ้าตูบ ส่วนคนที่เข้ามาทีหลังส่วนใหญ่ก็หันมาเอาดีกับธุรกิจบริการหมา หลายแห่งเปิดเป็นศูนย์บริการแบบครบวงจรซึ่งเห็นได้หลายแห่งทั่วกรุงเทพฯ โดยกรูมมิ่งถือเป็นบริการ แรกๆ ที่ผู้ประกอบการนึกถึง

"ถ้าคุณเปิดร้านตัดขนวันนี้ ไม่มีใครเจ๊ง ยกเว้นจะบริการไม่ดี ผมมักจะบอกลูกศิษย์ เสมอว่าเปิดร้านตัดขนธรรมดาๆ เป็นเรื่องง่ายมาก การเปิดโรงเรียนยากกว่าซะอีก จะมีคนสักกี่คนคิดมาเรียน แต่ผมยังอยู่ได้ ฉะนั้นร้านตัดขนก็ต้องอยู่ได้" ครั้งนี้อนุพันธ์ กล่าวในฐานะเจ้าของสถาบันสอนตัดแต่งขนและสปาสุนัข ที่ชื่อว่า "Dog2home"

ในเว็บไซต์ของสถาบัน อนุพันธ์นำเสนอข้อมูลที่แสดงให้เห็นถึงรายได้งามของธุรกิจกรูมมิ่ง ดังต่อไปนี้

การเปิดร้านกรูมมิ่งใช้เงินก้อนแค่ ครั้งเดียว ทั้งค่าเรียนและค่าอุปกรณ์เปิดร้าน เช่น ปัตตาเลี่ยน กรรไกรตัดขน กรรไกรตรง กรรไกรซอย กรรไกรโค้ง โต๊ะตัดขน ฯลฯ ส่วนรายได้ค่าอาบน้ำตัดขนหมาเฉลี่ยตัวละ 350 บาท ไม่นับค่าแรง ต้นทุนเพียง 50 บาท เหลือเป็นกำไร 300 บาทต่อตัว ถ้าวันหนึ่ง คุณทำ 10 ตัว ได้กำไร 3,000 บาท เดือนหนึ่ง 9 หมื่นบาท หรือเลวร้ายสุดคุณทำเงิน ได้แค่ครึ่งเดียวก็ยังมีรายได้ถึง 45,000 บาท ทำอาชีพอะไรจะได้เงินขนาดนี้...

"พฤติกรรมผู้เลี้ยงสุนัขเปลี่ยนไป คนนิยมเลี้ยงสุนัขเหมือนลูกจึงต้องการให้สุนัขดูดี รวมทั้งความนิยมเลี้ยงสุนัขพันธุ์เล็ก ซึ่งสุนัขพันธุ์เล็กต้องพาไปอาบน้ำและ ตัดขนบ่อยๆ ซึ่งธุรกิจตรงนี้จะไม่เน้นการแข่งขันเรื่องราคา แต่เน้นที่คุณภาพบริการ" น.สพ.การุณอธิบายเหตุผลว่าทำไมธุรกิจนี้ จึงไปได้ดี

ต้นน้ำของธุรกิจนี้ไม่เพียงสร้างรายได้กับผู้ผลิตและนำเข้าสินค้ากรูมมิ่ง โรงเรียนสอนตัดแต่งขนก็เป็นอีกธุรกิจที่ได้รับอานิสงส์อย่างมาก โดยหลักสูตรขั้นต้นสำหรับโรงเรียนในประเทศค่าเรียนตั้งแต่หลักพันปลายๆ จนถึงเกือบ 3 หมื่นบาททีเดียว แต่บางคนก็ลงทุนบินไปเรียนไกลถึงนิวยอร์กกันเลยทีเดียว

ไม่ใช่ทุกคนที่เรียนเพื่อไปเปิดร้านกรูมมิ่ง คนเลี้ยงหมาไม่น้อยที่เรียนเพื่อกลับไปอาบน้ำตัดขนให้หมาตัวเอง เพื่อที่จะได้มีช่วงเวลาแห่งความสุขด้วยกัน และยังประหยัดค่าใช้จ่ายได้เยอะ

เทรนด์กรูมมิ่งในเมืองไทยวันนี้ ไม่ใช่เพียงอาบน้ำตัดขนธรรมดาอีกต่อไป แต่พัฒนา ไปถึงขั้นแต่งขน ย้อมขน และเซ็ตขนหมากันแล้ว มีทั้งแนวแฟนซีที่เปลี่ยนจากหมาพุดเดิล สีขาวเป็นหมาลายเสือโคร่งหรือไอ้แมงมุม (หมา) แนวลำลองด้วยการทำไฮไลต์สีขนหรือทำขนทรงพังก์ให้หมา และการย้อมสีขนหมาแก่ให้ดูหน้าเด็ก...เรียกว่าคนกระชากวัยด้วย การย้อมผมได้ หมาก็ย้อมขนกระชากวัยได้เหมือนกัน

"เหมือนผมคนเลย วันไหนอยากจะดีไซน์ให้เป็นทรงไหนก็ได้ ทุกอย่างเป็นไปได้หมดทั้งคนและสุนัข ถ้าแต่งขนสุนัขแบบไหน เจ้าของก็แต่งแบบเดียวกัน ไปไหนมาไหนด้วยกันก็ดูเก๋ไก๋ดี" สาธิต สุรัตพิพิธ เป็นผู้บริหารโรงเรียนสอนศิลปะตัดแต่งขนสตาร์วู๊ด เจ้าของผลงานแฟชั่นแฟนซีหมาที่โชว์บนรันเวย์ Pet Fashion Week ที่นิวยอร์กมาแล้ว บอก

ร้านกรูมมิ่งหลายแห่งมักมีสปาหมาเสริมด้วย แน่นอน! การนวดหมาก็มีหลายแบบ เหมือนนวดคน ไม่ว่าจะเป็นนวดอโรม่าด้วยน้ำมันกลิ่นต่างๆ เช่น กลิ่นลาเวนเดอร์ หรือกลิ่นซิตรัส ฯลฯ, นวดสปา ONZEN หรือการให้หมาแช่น้ำอุ่นและนวดสไตล์ญี่ปุ่น และการนวดแผนไทยหมา ซึ่งผู้นวดควรความรู้เรื่องสรีรภาพของหมาแต่ละพันธุ์เสริมด้วย ฯลฯ

ค่านวดเฉลี่ยชั่วโมงละ 500-1,500 บาท หรือคอร์สละ 2,000-2,500 บาทขึ้นไป... แพงไม่แพ้ของคนทีเดียว


ศูนย์ฝึกหมาหรือโรงเรียนฝึกหมาเป็นอีกธุรกิจที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้เพราะการฝึกหมาให้มีนิสัยดีและเชื่อฟังคำสั่งเจ้าของ พอเข้าสังคมได้ ตลอดจนโชว์ความน่ารักได้ เหล่านี้เป็นอีกค่านิยมมาแรงในการเลี้ยงหมายุคนี้ โดยเฉพาะกลุ่มเจ้าของที่เชื่อว่าหมาส่วนใหญ่ชอบเข้าสังคม...เหมือนตัวเอง

ทั้ง นี้ ศูนย์ฝึกหมามักจะไม่เปิดโดดๆ ส่วนใหญ่จะมีบริการอื่นเสริมแบบครบวงจร เช่น เพ็ทช็อป กรูมมิ่ง โรงแรมหมา สระว่ายน้ำหมา ฟิตเนสหมา ฯลฯ

มัก มีคนตั้งคำถามว่ามีความจำเป็นอะไรที่เจ้าตูบควรถูกส่งไป "ดัดสันดาน"อรรถาธิบายข้างล่างนี้เป็นเพียงหนึ่งคำตอบซึ่งคัดลอกมาจาก เว็บไซต์ของศูนย์ฝึกฯ แห่งหนึ่ง

...เราต้องเลี้ยงหมาเพื่อความเพลิด เพลิน ไม่ใช่เลี้ยงเพื่อสร้างความรำคาญและรู้สึกว่าเป็นภาระกับชีวิตเรา สิ่งที่สำคัญคือ หมาต้องเรียนรู้ที่จะปรับตัวให้เข้ากับวิถีชีวิตของเรามากกว่าอย่างอื่น ต้องเรียนรู้สิ่งต่างๆ ในชีวิตประจำวัน และเรียนรู้ที่จะทำตามคำสั่งเจ้าของ เพื่อที่หมาตัวนั้นจะมีชีวิตที่เหลือต่อไปกับเจ้าของอย่างมีความสุข...

โดย ทั่วไป หลักสูตรฝึกสุนัขแบ่งได้กว้างๆ คือ ฝึกลูกสุนัขให้ขับถ่ายเป็นที่ เข้าสังคมได้ และฟังคำสั่งเล็กๆ น้อยอย่างนั่ง-ชิด-หมอบ-คอย, ฝึกเชื่อฟังคำสั่งเพื่อโชว์ความ น่ารัก เช่น สวัสดี เดินสองขา คาบตะกร้า ฯลฯ ฝึกให้ฟังคำสั่งเพื่อโชว์ความสามารถ เช่น กระโดดลอดบ่วง ข้ามเครื่องกีดขวาง ปิดตาเดินบนคาน ฯลฯ และฝึกเพื่อแก้ไขพฤติกรรม นอกจากนี้ยังมีคอร์สพิเศษ เช่น ฝึกเป็นสุนัขอารักขา สุนัขตำรวจ หรือสุนัขบำบัด เป็นต้น ค่าเล่าเรียนของเจ้าตูบขึ้นอยู่กับขนาดของหมา หลักสูตรที่เรียนและระยะเวลาที่ใช้ในการเรียน (ขึ้นอยู่กับศูนย์ฝึกฯ) ซึ่งมีตั้งแต่หลักพันถึงหลักหมื่น...กว่าจะจบจนเป็นดาราหมาแสนรู้เหมือนตัว อื่นๆ เจ้าของอาจต้องจ่ายหลายแสน

"ที่เจ้าของพาหมามาศูนย์ฝึกฯ กันมาก ก็เพราะว่าทุกวันนี้ คนเราเลี้ยงหมาเป็นเพื่อน แล้วก็อยากคุยกับหมาให้รู้เรื่องมากขึ้น" ชมพูพรรณ กังสะนันท์ กล่าวในฐานะครูฝึก ลูกสุนัขแห่งศูนย์ฝึกสุนัขด็อกเตอร์เพ็ท และยังเป็นเจ้าของหมาที่ทั้งดื้อและซนอีกกว่า 20 ตัว

ศูนย์ฝึกสุนัข ด็อกเตอร์เพ็ทเป็นบริการหนึ่งในโครงการ Pet Paradise Park บนเนื้อที่ 7.5 ไร่ ถือเป็นศูนย์รวมบริการที่หลากหลายเพื่อ "น้องหมา" ทั้งโรงแรมหมา สระว่ายน้ำหมา เพ็ทมาร์ท และร้านอาหารสำหรับเจ้าของหมา เพื่อใช้เป็นที่นั่งคอยหมาเข้าทำ กิจกรรมต่างๆ รวมถึงมีลานวิ่งริมทะเลสาบไว้ให้เจ้าของกับหมาวิ่งออกกำลังร่วมกันเปิดตัวมา ตั้งแต่ปี 2547 โดยขยายมาจากธุรกิจโรงพยาบาลสัตว์ "ด็อกเตอร์เพ็ท" ที่มีพื้นที่เพียงไร่กว่า เพื่อรองรับกับการขยายตัวของศูนย์ฝึกและในฐานะลูกคนเดียว ชมพูพรรณ จึงบินไปเรียนที่ออสเตรเลีย หลักสูตร Certified Instructor of Dog Obedience Training จาก Command Dog Training School โรงเรียนสอนผู้ฝึกหมาโดยเฉพาะเพื่อกลับมาเป็นครูฝึกสอนลูกหมา และเป็นครูสอนครูผู้ฝึกหมาอีกที

"ก่อนไปเรียน หมาของเราเสียนิสัย ทุกตัว พอเรียนแล้วรู้เลยว่าเราทำให้พวกเขานิสัยเสีย ดังนั้นคอร์สที่นี่เราจะฝึกสอนเจ้าของด้วย เพราะส่วนใหญ่หมาที่นิสัยเสีย เพราะคนเลี้ยงไม่เป็น" ชมพูพรรณกล่าว

ปัจจุบัน Pet Paradise Park มีสมาชิกกว่า 3 พันคน เจ้าของหนึ่งคนมีหมา เฉลี่ย 2-3 ตัว สำหรับค่าสมัครสมาชิกราย 6 เดือน 600 บาท ส่วนรายปี 1,000 บาท โดยหมาที่เพิ่มมาจากตัวแรกเสียเงินเพิ่มตัวละ 50 บาท

โรงแรมรับฝาก หมาเป็นอีกบริการที่สร้างรายได้ดีและดีมากๆ ในช่วงเทศกาล หยุดยาว ค่าห้องเฉลี่ยอยู่ที่คืนละ 250-1,000 บาทขึ้นไป อยู่ที่ว่าเจ้าของจะเลือกแบบกรงหรือห้องพักซึ่งมีทั้งเตียงนอน หมอน และของเล่นพร้อม จะเลือกให้หมานอนตากพัดลม หรือแอร์

สระว่ายน้ำหมา ถือเป็นบริการที่ศูนย์ ฝึกทุกแห่งต้องมี เพราะทุกวันนี้เจ้าของหันมาใส่ใจสุขภาพหมามากขึ้นและนิยมพาหมาไปออกกำลังกาย ด้วยการว่ายน้ำ เพื่อสุขภาพแข็งแรง ลดความอ้วน และแก้ไขข้อสะโพกเสื่อม อันเป็นปัญหาของหมาใหญ่ สระว่ายน้ำ จึงสร้างรายได้อย่างงามให้ศูนย์ฝึกเกือบทุกแห่ง

โดยส่วนใหญ่สระว่าย น้ำหมาใช้ระบบกรองและฆ่าเชื้อมาตรฐานเดียวกับสระของคน ค่าใช้สระเริ่มต้นที่ 200 บาทต่อชั่วโมง ขึ้นอยู่กับน้ำหนักหมาและช่วงเวลาที่ใช้บริการ ส่วนเจ้าของเสียเพิ่ม 50 บาทถ้าอยากลงเล่นน้ำกับหมา

เพราะสระว่าย น้ำหมาเป็นบริการที่หมาใช้ประจำ หลายแห่งจึงพยายามสร้างความแตกต่างขึ้นมาเป็นจุดขาย ท่ามกลาง การแข่งขันในบริการนี้ เช่น สร้างสระว่ายน้ำระบบเกลือ สร้างอ่างจากุซซี่ บางแห่งโฆษณาว่าสามารถติดตามดูหมาเล่นน้ำทาง อินเทอร์เน็ตและมือถือได้ เพื่อดึงดูดใจเจ้าของที่ไม่มีเวลามานั่งเฝ้าหมาด้วยตัวเอง

นอกจากนี้ศูนย์ฝึกบางแห่งยังมีเครื่องออกกำลังกายระบบเดียวกับฟิตเนสของคนไว้ให้หมาได้ใช้อีกด้วย

ไม่ เพียงรายได้จากค่าบริการ ศูนย์ฝึกหลายแห่งยังหารายได้จากหมาที่ฝึกมาเป็นอย่างดี ด้วยการพาหมาไปโชว์ตัวในงาน หมา หรือพาไปรับงานหนัง ละคร และโฆษณาบ้าง...ว่ากันว่า ค่าตัวต่อตอนไม่ต่ำกว่าหมื่นบาทแต่ที่ได้มากกว่าเงินก็คือความ ภูมิใจ และศูนย์ฝึกยังได้โปรโมตชื่อไปด้วย

"ความยากของธุรกิจนี้คือขาดแคลน บุคลากร เพราะคนที่จะเข้ามาอยู่ตรงนี้ได้อย่างแรกต้องรักหมา เพราะหมาที่มาที่นี่แต่ละตัวเจ้าของรักมาก ไม่เช่นนั้นคงไม่พามา ฉะนั้นบริการต้องดีมากๆ พนักงานที่นี่เลยต้องดูแลหมาให้เหมือนลูก บางคนก็รับไม่ได้ว่าทำไมต้องขนาดนั้น เราก็เลยรับเขาทำงานไม่ได้" ชมพูพรรณเชื่อว่านี่เป็นปัญหาของหลายศูนย์ฝึก

นอกจากร้านค้าและ ร้านบริการเกี่ยวกับหมา ดูเหมือนว่าจะหาสถานที่อื่นที่ยินดีต้อนรับเจ้าสี่ขาพวกนี้ไม่ง่ายนัก โดย เฉพาะร้านอาหาร ศูนย์การค้า โรงแรม ร้านกาแฟ หรือสวนสาธารณะหลายแห่งติดป้าย "ห้ามนำสัตว์เลี้ยงเข้า"

ดังนั้น สถานที่ใดที่ไม่มีป้ายห้าม แถมยังแปะป้าย "Welcome Dog/Pet" สถานที่แห่งนั้นย่อมมีพลังดึงดูดใจและกลายเป็นชุมชนของคนรักหมาได้ไม่ยาก... บางสถานที่ เช่น ศูนย์การค้าและโรงหนัง จึงมักจัดอีเวนต์เกี่ยวกับหมาเพื่อใช้เป็นกลยุทธ์เพิ่มจำนวนลูกค้า โดยเฉพาะในยามเศรษฐกิจฝืดเคือง

"ผมรู้ดีว่าคนเลี้ยงหมามักจะถูกกีด กันไม่ให้พาหมาเข้า เวลาไปทำธุระก็ต้อง ทิ้งเขาอยู่บ้าน หรือเวลาพาหมาไปอาบน้ำตัดขน เราก็ต้องมานั่งคอยอย่างเซ็งๆ ผมจึงอยากสร้างสถานที่ที่คุณแม่มาทำเล็บ คุณพ่อมานั่งดื่มกาแฟ คุณลูกมากินไอศกรีม ระหว่างรอเจ้าตูบอาบน้ำตัดขน ทำให้เป็น one stop ที่ทุกคนในครอบครัวรวมทั้งเจ้าตูบได้ใช้เวลาร่วมกันโดยไม่ต้องมีใครเสียสละ" ธเนศ กิตติกนกกุล กล่าวในฐานะ เจ้าของโครงการ Ozono Plaza ชอปปิ้งมอลล์ย่านสุขุมวิท 39

Ozono มีพื้นที่ 5 ไร่ ภายในมีทั้งโซนที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคน เช่น ร้าน อาหาร ไวน์บาร์ ร้านไอศกรีม ร้านเฟอร์ นิเจอร์ หอศิลป์ ร้านทำเล็บ ร้านเสื้อผ้าแฟชั่น ธนาคาร เป็นต้น และโซนเพื่อไลฟ์สไตล์ของหมา เช่น ซาลอนและสปาหมา โดยช่างญี่ปุ่น โรงเรียนฝึกหมาโดยครูฝึกชาวอเมริกัน โรงแรมรับฝากหมา และบูติก ชอปขายสินค้ามีดีไซน์และสินค้า made-to-order เพื่อเจ้าตูบและเจ้าเหมียว

สำหรับคนรักหมา ความพิเศษของชอปปิ้งคอมเพล็กซ์แห่งนี้ คือทุกร้านและทุกอณูของที่นี่ยินดีเปิดประตูต้อนรับเจ้าตูบเกือบทุกพื้นที่ ยกเว้นโซนสวนหย่อมแบบปิดที่ชื่อ "Petropolis Park" ซึ่งเป็นสวนกลางเมืองที่มีวางภูมิสถาปัตย์เอาไว้อย่างสวยงาม ในเนื้อที่ 2 ไร่ เต็มไปด้วยต้นไม้ไทยโบราณหลากหลาย เช่น ต้นแสงทอง ต้นมะสัง ต้นจิก ต้นกร่าง

Petropolis Park เปิดรับเฉพาะหมา วีไอพีที่มีบัตรสมาชิกเท่านั้น โดยค่าสมาชิก รายปีสำหรับเจ้าตูบเพื่อใช้บริการใน Petropolis Park เฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์อยู่ที่ 3 หมื่นบาท หากใช้บริการในวันธรรมดา โดยเลือกได้เพียง 2 ใน 4 วัน (ปิดปรับปรุง สวนวันจันทร์) อยู่ที่ 2 หมื่น แต่ถ้าจะเลือกแบบใช้บริการวันไหนก็ได้ ต้องจ่ายถึง 5 หมื่นบาท...ส่วนเจ้าของที่ทุนน้อย แค่ปล่อยหมาวิ่งเล่นที่สนามหญ้ากลางโครงการ ก็พอแทนกันได้

"หลายคน คิดว่าผมทำธุรกิจกับสุนัข โดยตรง แต่ผมบอกว่าไม่ใช่ ผมมองเจ้าของ เป็นหลัก ดูว่าพวกเขามีไลฟ์สไตล์อย่างไร คาดหวังอะไรให้ตัวเองและสัตว์เลี้ยง เจ้าของสุนัขเหล่านี้จะมีความสุข เมื่อสุนัขของเขามีความสุข พวกเขาจะไว้ใจและประทับใจเรา เมื่อสุนัขของเขาได้รับการเอาใจใส่ดูแลอย่างดี" สิ่งที่ธเนศพูดไปคนที่ไม่รักหมาอาจไม่เข้าใจ

นับจากวันที่เปิดตัว เมื่อกลางปี 2549 เป็นเวลา 2 ปีกว่าที่ธเนศได้เห็นว่า กลุ่ม Dog Lover ยังมีอีกมากและหลายคนยังคงมองหาสถานที่ใหม่ๆ ที่เขากับหมาจะใช้เวลาร่วมกันได้ แต่หลายสถานที่ก็ยังไม่เอื้อให้พวกเขาไปใช้บริการ

ว่ากันว่า เจ้าของหมาที่รักหมาเยี่ยง ลูกมักไม่ค่อยได้ไปเที่ยวต่างจังหวัด หรือได้ไปเที่ยวแต่ก็ไม่สนุกเพราะมัวแต่ห่วงหมาที่บ้านหรือโรงแรมรับฝากหมา บางคน ทนไม่ไหวพาหมาเที่ยว เจ้าของหมาเล็กก็แอบเอาหมาเข้าโรงแรมพอได้ แต่เจ้าของ หมาใหญ่ก็ต้องไปแบบ "ตายเอาดาบหน้า" ต้องเดินถามโรงแรมแต่ละแห่งว่าให้หมาพักหรือไม่ ถ้าไม่ก็คือหาต่อไป

ทัวร์ พาหมาเที่ยวจึงเป็นอีกช่องทาง ของธุรกิจหมาวันนี้ มีหลายบริษัทที่ลุกขึ้นมาทำทัวร์พาหมาเที่ยว แต่ชื่อที่หลายคนคุ้นหูคงหนีไม่พ้น "พาตูบเที่ยวไทย" จัดโดย Dogazine นิตยสารที่ให้ความรู้เกี่ยวกับหมาโดยเฉพาะ ซึ่งเปิดมากว่า 4 ปี

น.สพ.กา รุณย้ำว่าเป้าหมายของทัวร์ พาตูบฯ เพื่อสร้างกิจกรรมสัมพันธ์กับผู้อ่าน เพื่อเป็นทริปต้นแบบสอนให้คนเลี้ยงหมาเที่ยวอย่างถูกวิธี ส่วนเรื่องกำไร เขาออกตัว ว่าไม่ได้ต้องการมากมายเพียงแค่ให้พอมีเป็นกำลังใจให้ทีมงานดำเนินการต่อได้

ทัวร์ครั้งล่าสุดเป็นครั้งที่ 13 มีชื่อตอนว่า "พาตูบไปปลูกต้นไม้" จุดหมายคือ ริมหาดระยองอันเงียบสงบ ไม่เพียงพาหมา ไปปลูกป่า อีกกิจกรรมที่มีสีสันไม่แพ้กันคือพาหมาดำน้ำดูปะการัง ราคาแพ็กเกจ 6,900 บาทต่อทีม 4 คน โดยหมาไม่เสียค่าใช้จ่าย มีแต่ของแถมเป็นอาหารหมาและยากำจัดเห็บหมัดใช้ฟรีตลอดทริป นอกจากค่าน้ำมันรถที่ต้องขับเอง เรียกว่าแพ็กเกจราคานี้รวมทุกอย่างจริงๆ แม้แต่อุปกรณ์และถุงพลาสติกเก็บมูลหมา พร้อมด้วยความรู้ในการเตรียมตัวพาหมาเที่ยวตั้งแต่ก่อนออกเดินทาง

เจ้า ของหมาหลายคนบอกว่า ต่อให้ แพงกว่านี้อีกหน่อย พวกเขาก็ยอมจ่ายเพื่อให้ตูบได้ไปเที่ยวด้วย เพราะถ้าตูบไปไม่ได้ก็หมายความเขาเองก็อดเที่ยวไปด้วย

ทริปพาตูบฯ ครั้งแรกจัดขึ้นในปี 2549 จากผู้ร่วมทริปเพียงไม่กี่สิบชีวิต แต่ไม่นานลูกทัวร์ก็เพิ่มมาเป็นครั้งละร่วม 200 ชีวิตทั้งคนและหมา โดยเกือบครึ่งเป็น ขาประจำ จากที่เคยจัด 2 ครั้งต่อปี นับแต่ ปี 2550 ก็เรียกได้ว่าทัวร์พาตูบฯ เดินทางกันแบบเดือนเว้นเดือนทีเดียว...

เพราะ เห็นว่ากลุ่ม Dog Lover เป็น อีกตลาดที่มีศักยภาพเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยจึงลงมาร่วมสนับสนุน และเมื่อ เห็นว่ากระแสตอบรับดี ททท.ก็เลยวางแผนจะขยายไปสู่ตลาด Cat Lover ด้วย

อีก แรงสำคัญในการสนับสนุนทัวร์พาตูบคือ แบรนด์สินค้าหมา ประกอบด้วย อาหารหมา ยากำจัดเห็บหมัด และเสื้อผ้าหมา แลกกับการมีป้ายแบรนด์ตนโฆษณา ทีมงานกล่าวถึงชื่อแบรนด์บ่อยๆ และได้นำ สินค้ามาจัดวางและเป็นของรางวัลให้กับลูกทัวร์...ถือเป็นช่องทางเพิ่มโอกาส ให้ลูกค้าสี่ขาได้ลองลิ้มสินค้าตน

นอกจากบริษัทนำเที่ยวคนที่หันมา จัดทริปพาตูบฯ กันมากขึ้น อีกกลุ่มธุรกิจที่มีการปรับตัวรองรับตลาดกลุ่ม Dog Lover มากไม่แพ้กันก็คือ โรงแรมรีสอร์ตหลายแห่งปรับปรุงห้องที่มีอยู่ให้ง่ายต่อการทำ ความสะอาดเพื่อรองรับแขกสี่ขา บางแห่งก็เปิดเป็น dog camp เพื่อต้อนรับหมากับเจ้าของโดยเฉพาะ ขณะที่โรงแรมใหญ่อย่างโรงแรมรีเจนท์ฯ ชะอำ ลงทุนสร้าง "Pet Resort" โรงแรมหมาดีไซน์สวยอยู่ข้างๆ พร้อมชูจุดขาย" Happy Family Holiday Absolutely Including Pets"

"คนรักหมา เวลาพาหมาเที่ยว พวกเขาคิดว่าเขาพาลูกเที่ยว ถ้าผู้ประกอบ การยอมปรับห้องและสถานที่ให้เป็น pet friendly ผมเชื่อว่าแม้จะเพิ่มค่าห้องอีกหน่อย คนรักหมาก็ยอมจ่าย เพราะจริงๆ แล้วกลุ่มนี้มีรายได้ดีและมีกำลังซื้อสูง" น.สพ.การุณย้ำอีกครั้งว่ากลุ่มคนรักหมาเป็นตลาดที่มีศักยภาพ

ผู้ บริหาร Dogazine ยังแนะนำด้วยว่า ในช่วงที่นักท่องเที่ยวต่างชาติไม่มา เที่ยวเมืองไทย กลุ่ม Dog Lover น่าจะเป็น ตลาดใหม่ที่พอชดเชยและกระตุ้นเศรษฐกิจ จากการท่องเที่ยวได้

ทุก วันนี้ยังมีอีกหลากหลายธุรกิจบริการเกี่ยวกับหมา ที่เกิดจากกลุ่มคนที่เห็นศักยภาพของตลาดคนรักหมาและเห็นลู่ทางในการตอบสนอง ไลฟ์สไตล์และความ ต้องการของเจ้าของหมา เช่น สตูดิโอถ่ายภาพสัตว์เลี้ยง ซึ่งก็ไม่ต่างจากสตูดิโอถ่ายภาพคนนัก ถ่ายภาพหมาและเจ้าของหมาให้ออกมาดูดี มีพร็อพและชุดแฟนซีเตรียม ให้พร้อม มีทั้งแพ็กเกจอัดรูปใส่ VCD หรือ ใส่กรอบด้วย หรือทำเป็นอัลบั้มรวมเล่ม... เลือกเต็มแพ็กเกจอาจต้องจ่ายสูงกว่าครึ่งหมื่นเลยทีเดียว โดยสตูดิโอหมาบางแห่งยังทำหน้าที่โมเดลลิ่งหมาไปด้วย

นอกจากนี้ยัง มี "เพ็ทแท็กซี่" บริการรับส่งผู้โดยสารหมา แม้จำนวนผู้โดยสาร หมาจะยังไม่มากเหมือนคน แต่คิวยาวไม่น้อยทีเดียว บางแห่งถึงกับระบุไว้เลยว่า ต้องโทรจองล่วงหน้า 1-2 วัน มีบริการ "เพ็ทมูฟวิ่ง" หรือขนย้ายหมาและข้าวของเครื่องใช้ของหมา หรือแม้แต่บริการจัดทำเอกสารเพื่อการส่งออกหมาก็มีคนมาทำเป็นธุรกิจกันแล้ว พูดง่ายๆ ว่า บริการอะไร ที่สร้างขึ้นมาเพื่อปรนนิบัติคน ล้วนแต่เป็นช่องทางและโอกาสในธุรกิจบริการเพื่อการปรนเปรอหมาได้เกือบทั้ง นั้น...แต่ต้องไม่ลืม ว่า ท้ายสุดแล้วต้องตอบสนองความสุขและ ความสบายใจของเจ้าของด้วย
ยุคหมาเป็นใหญ่ในบ้าน บริการหมามาแรง
ธุรกิจเกี่ยวกับหมาวันนี้ มันไม่ใช่ยุคของผู้ผลิตอีกต่อไปถึงยุคบริการแล้ว
Tag: -
ชอบ  (1)
  • mind&michel
  • ชอบสิ่งนี้
, View: 1,000, Comment: 0

Blog ของ

Michel



Blog ถัดไป » « Blog ก่อนหน้า

กล่องแสดงความคิดเห็น กับกลุ่มเพื่อนที่รักสุนัขทุกท่าน ที่นี่ที่เดียว Dogilike.com

ผู้เยี่ยมชม < Login here! >
ชื่อ*:    Email:     พิมพ์เลขที่เห็น*