Blog
เริ่มต้นมรสุมชีวิตของลาน่ากับหม่ามี๊
หมวดหมู่:
Tag: พันธุ์เยอรมันเชฟเฟิร์ด
ชอบ (0) , View: 840, Comment: 2
วันนั้นเป็นวันศุกร์ ไปรับลาน่ากลับจากโรงเรียน รู้สึกว่าแปลกๆตั้งแต่เริ่มขึ้นรถแล้ว ให้ขนมแล้วไม่กิน พอถึงบ้านก็ไม่เล่นอย่างเคย พอดีว่าวันนั้นหมออั๋นเข้ามาฉีดยาป้องกันพยาธิหนอนหัวใจให้ ก็ทักว่า"ลาน่าดูซูบๆนะ" ก็คิดว่า"แสดงว่าเราไม่ได้คิดไปเองจริงๆ" โทรไปหาครูฝึกถามว่า"ลาน่าได้กินอะไรรึยังคะ" ครูฝึกตอบว่า"เมื่อเช้ากินน้อย ตอนเย็นนี้ไม่กินเลยค่ะ" เราก็นึกในใจว่า"อ้าวทำไมไม่บอกเลยหล่ะตอนที่ไปรับ นี่ถ้าไม่ถามจะรู้มั๊ยเนี่ย" ก็เอาอาหารให้ลาน่า ลาน่าก็ไม่กิน คิดว่าสงสัยจะไม่ค่อยสบายท้องมั้ง พอกลางคืนก็พาเข้านอน เอาขนมให้ ไม่กินอีกเหมือนเดิม เอ...เป็นอะไรนะ ลองดูอาการก่อนแล้วกัน ก็ให้เข้านอนไปตามปกติ
วันที่ 11 ธันวาคม 2553
ตอนเช้าเปิดบ้านให้ลาน่าออกมา ขนมยังอยู่ในสภาพเดิม ไม่แหว่งเลย ที่พื้นที่มีอ้วกเป็นน้ำๆฟองๆสีขาว และตลอดทั้งวันก็ไม่ยอมกินอะไรเลย ไม่ว่าจะเอาของอร่อยแค่ไหนมาล่อ ขนม ซีซ่าร์ ไข่ต้ม ไม่ได้ผล ซึม และนอนอย่างเดียว ไม่เล่นด้วยค่ะ ตอนเย็นรู้สึกแล้วว่าต้องผิดปกติจริงๆแหละ ก็โทรหาหมออั๋น หมออั๋นบอกว่า"พาลาน่าไปให้น้ำเกลือก่อน บอกว่าขอน้ำเกลือเลยนะเพราะไม่กินอะไรตั้งแต่เมื่อวานกลัวว่าร่างกายจะไม่ไหว แล้วจะตรวจอะไรก็ตรวจ" ด้วยความที่ตอนนั้นยังไม่ไว้ใจหมออั๋น คิดว่าความรู้คงไม่เท่าไหร่แน่ๆไม่กล้าฝากชีวิตลูกๆเอาไว้ เราไปโรงพยาบาลใหญ่มีชื่อกันดีกว่าาาา ก็ไปโรงพยาบาลของมหาวิทยาลัยชื่อดังดังกล่าวนั่นแหละค่ะ ระหว่างทางที่ไปลาน่าก็อาเจียนออกมาเป็นน้ำย่อยสีเหลืองเยอะมากๆ เหมือนสึนามิเลยค่ะ พุ่งจู๊ด ตอนนั้นกรี๊ดค่ะ ไม่รู้จะกรี๊ดทำไม แต่มันตกใจค่ะ ลูกสาวชั้นเป็นอะไร ก็จัดการเปลี่ยนที่นั่งกับลาน่า ตัวเองก็ไปนั่งเอากางเกงซึมซับน้ำย่อยไป พอถึงโรงพยาบาล รอคิวน๊านนาน แล้วก็ได้ตรวจ คุณหมอก็ตรวจๆ ภัทรก็แจ้งแล้วนะคะว่าลาน่าไม่กินอะไรเลย ซึม ซูบ หมอก็"ค่ะๆๆ" แล้ววัดไข้ ตรวจเลือด หมอบอกว่า"ลาน่ามีพยาธิในเม็ดเลือดค่ะ ก็กลับไปป้อนอาหารป้อนยา" ภัทรก็เลยถามว่า"แล้วเค้าไม่กินอะไรเลย ให้น้ำเกลือด้วยได้มั๊ยคะ" หมอบอกว่า"ก็ได้ค่ะ แล้วก็บังคับให้เค้ากินละกัน" พอให้น้ำเกลือใต้ผิวหนังเสร็จก็กลับบ้าน มาถึงบ้านราวๆเกือบ2ทุ่ม ลาน่าก็ยังไม่ยอมกินอะไร วิ่งหาแต่น้ำ จะกินน้ำอย่างเดียว ก็ป้อนa/dให้ลาน่า(รพ.เค้าจ่ายมาค่ะ) กินไปประมาณ5นาที ก็อาเจียนออกมาหมดเลย แถมมีเมือกๆลื่นๆปนออกมาด้วย ก็ลองป้อนใหม่อีกที คราวนี้ยิ่งป้อนยิ่งตีกลับเร็วขึ้นอีก ยิ่งได้กินน้ำนี่ยิ่งไวเหมือนกระพริบตาเลยค่ะ เริ่มใจไม่ดีมากขึ้นอีก พยายาม พยาย๊าม พยายาม โทรไปที่รพ. ต่อสายแล้วต่อสายเล่ากว่าจะได้คุยกับคุณหมอ หมอก็บอกว่า"งั้นให้หยุดป้อนก่อน พรุ่งนี้ค่อยมาตรวจใหม่" ก็เลยจำใจต้องพาลาน่าเข้านอนทั้งที่ใจกังวลสุดๆ แถมพอพาเข้าบ้านก็อาเจียนอีกรอบค่ะ เป็นเมือกลื่นๆใสๆ ต้องพาออกมาเช็ดทำความสะอาดกันอีกรอบ รู้สึกเหมือนน้ำตาจะไหล ลูกสาวชั้นเป็นอะไรใครก็ได้ตอบที... จะโทรหาหมออั๋นก็ไม่กล้า เพราะยังไม่ค่อยรู้จักหมอเลย ดึกแล้วด้วย พอลาน่าเข้านอนแล้ว ก็รีบเปิดคอม ใจคิดว่า"เอาหล่ะพรุ่งนี้เราจะไปโรงพยาบาลที่ขึ้นชื่อว่าแพงมาก หาข้อมูลก่อนๆๆ เพราะไม่อยากไปที่เดิมแล้ว ตรวจครั้งนึงยังไม่รู้เรื่องทั้งที่อาการชัด ไม่อยากให้การรักษาล่าช้า เราต้องการความแน่นอนมากกว่านี้ เราต้องการคำตอบ ที่ไม่ใช่คาดว่า..." ก็โทรไปจองห้องวีไอพีของโรงพยาบาลสัตว์แสนแพง เอาหล่ะเราจะไปนอนเฝ้าเองเลย และคืนนั้นก็หลับไป
12 ธันวาคม 2553
ตอนเช้าพาลาน่าออกมาจากบ้าน สิ่งที่พบคือลาน่าซูบมากๆ ไม่มีแรง ไม่เล่นเลยซักนิด กินน้ำปุ๊บพุ่งปั๊บเลย แล้วก็ถ่ายออกมาเป็นก้อนเล็กๆเท่านิ้วก้อยผู้ชาย ดูหนืดๆ กลิ่นเหม็นคาวแปลกๆ พอลองดมลมหายใจก็มีกลิ่นคาวๆแบบเดียวกันออกมา ไม่รู้ทำไมแต่ตอนนั้นคิดว่าโทรหาหมออั๋นก่อนละกัน ไม่เชื่อใจหมอแล้วยังจะโทรอีกเนอะ ก็เล่าเหตุการณ์เมื่อวานให้หมอฟัง หมอบอกว่า"หมอค่อนข้างแน่ใจเลยนะว่าลาน่าเป็นลำไส้อักเสบ" ภัทรก็บอกหมอว่า"ภัทรจะพาลาน่าไปโรงพยาบาลแสนแพงดังกล่าวนะคะ ภัทรไม่ไว้ใจที่เดิมแล้ว ไม่อยากจะมาฟังคำว่าคาดว่า...อีก" หมออั๋นเลยบอกว่า"แกจะไปทำไม มันไม่ได้ดีเหมือนที่แกคิดหรือได้ยินหรอกนะ อยากไปก็ไปหมอไม่ได้ว่า แต่หมอเคยทำงานที่นั่นมาก่อน หมอถึงลาออกมาไง เอางี้มันมีแผ่นtestอ่ะ แต่ร้านหมอไม่มีนะ ถ้าแกไม่อยากฟังพวกหมอเพ้อเจ้อมาก เดี๋ยวหมอไปด้วยละกัน ไปโรงพยาบาลสัตว์แถวบ้านแกอ่ะ มันมีเปิด24ชม.นี่ แล้วแกจะไปนั่งดูนอนดูก็ตามใจ" ภัทรก็โอเคลองดูแล้วกัน พอไปถึงโรงพยาบาลแถวบ้าน หมออั๋นก็เข้าไปคุยอาการให้ ก็บอกว่าอยากทำtestนะ หมอที่นั่นก็มองกลับมาประมาณว่า"เก่งนักไม่รักษาเองหล่ะ" สุดท้ายผลก็ออกมา ลาน่าเป็นลำไส้อักเสบจริงๆโดยติดเชื้อ Parvo Virus น้ำตาร่วงตรงนั้นเลยค่ะ ได้แต่กอดลาน่าเอาไว้ รู้สึกแค่ว่า"สู้นะลูก ต้องสู้นะ อยู่กับหม่ามี๊และสู้ไปด้วยกันนะลูก" เพราะว่าGSDเป็นสายพันธุ์ที่ไวต่อโรคนี้มากๆค่ะ ร่างกายเค้าจะทรุดเร็วกว่าพันธุ์อื่นๆอีก ก็แอดมิดลาน่าไว้ที่โรงพยาบาลแถวบ้าน ส่วนหมออั๋นคนไข้โทรตาม รอคิวจนคลีนิกแทบระเบิด ก็เลยขอตัวกลับไป ภัทรก็กลับมาเอาข้าวของใส่กระเป๋า หิ้วไปนั่งอยู่ที่โรงพยาบาลสัตว์ใกล้บ้าน กะว่าจะอยู่กินนอนที่นั่นมันซะเลย ที่ไหนได้นั่งอยู่ซักพักหมอก็มาบอกว่า"ไม่อนุญาติให้มานั่งเฝ้าอยู่แบบนี้นะคะ" ความจริงจากใจก็คือตัวภัทรเองอยากอยู่กับลาน่าตลอดเวลา เพราะตอนนั้นก็ไม่แน่ใจว่าจะได้เห็นเค้าอีกนานแค่ไหน และก็อยากจะรู้ว่าหมอทำอะไรกับลาน่าบ้าง ถ้าหากตอนนั้นลาน่าต้องไปจริงๆตัวเราก็อยากจะแน่ใจว่าได้ทำทุกอย่างที่ทำได้แล้วจริงๆ ไม่อยากมานั่งเป็นทุกข์ตลอดไปเพราะความไม่แน่ใจว่า...เราทำดีที่สุดแล้วจริงๆหรอ พอฟังหมอแบบนั้นเริ่มอีกแล้ว กลับบ้านค่ะ โทรหาหมออั๋นอีกรอบพร้อมกับโวยวายมากมาย ซึ่งไม่เข้าใจว่าหมออั๋นเกี่ยวอะไรด้วยตอนไหนเนี่ย ก็บอกไปว่าจะย้ายไปโรงพยาบาลแสนแพงจริงๆจะได้อยู่ห้องวีไอพี นั่งเฝ้านอนเฝ้ากันเลยเพราะอยากรู้การรักษาทั้งหมด อยากเห็นว่าได้ทำแล้วจริงๆ ไม่ใช่ให้หมอมาปิดตาแล้วก็สาธยายว่าทำนู่นนี่นั่น พร้อมกับบอกไปว่า"หมอเข้าใจมั๊ยคะว่าสำหรับภัทรลาน่าไม่ใช่แค่หมานะ" สุดท้ายหมออั๋นเลยบอกว่า"ความจริงหมอไม่ค่อยว่างบวกกับขี้เกียจเพราะแค่นี้ก็ยุ่งตายแล้ว แต่เห็นใจแก เอาเป็นว่าถ้าสิ่งที่ต้องการคือรับรู้การรักษาทั้งหมด ได้ดูแลเองอย่างใกล้ชิด ก็ไปเอาลาน่ากลับมาเดี๋ยวหมอรักษาต่อเอง เพราะยังไงการที่เค้าได้อยู่บ้าน เค้าจะฟื้นตัวดีกว่า อุ่นใจกว่าอยู่แล้ว" ด้วยเหตุนี้ตอน2ทุ่มก็เลยไปรับตัวลาน่ากลับมาในวันนั้นเลย ก่อนกลับก็ถามหมอที่นั่นไปว่าได้ทำอะไรแล้วบ้าง หมอบอกว่า"ก็ให้กินยาinterferonไป1cc.ค่ะ" คำตอบนี้จี๊ดค่ะ กิน....หมาป่วยเป็นลำไส้อักเสบแต่ให้กินยา ภัทรไม่ได้อวดรู้นะคะ แต่ถามคุณหมอท่านไหนก็ได้ว่าหมาที่ป่วยเป็นลำไส้อักเสบ คือลำไส้เค้าดูดซึมอะไรไม่ได้ ดีที่ลาน่าไม่มีอาการอาเจียนออกมา ไม่งั้นคงยิ่งอ่อนเพลีย แต่ต่อให้ไม่อาเจียนก็ไม่ได้หมายความว่าจะดูดซึมยาได้ กิน...เพื่ออะไรเนี่ยยยย ทั้งที่interferonมีแบบฉีด ก็ฉีดเข้าไปสิถ้าอยากจะให้ยาตัวนี้ ตอนนั้นรู้สึกว่าคิดถูกแล้วที่พาลาน่ากลับบ้านทันที อ่อ!ที่รพ.ใกล้บ้านเจาะเลือดลาน่าตรวจด้วยค่ะ ผลออกมาก็คือเกร็ดเลือดต่ำ ค่าตับสูงมาก ค่าไตค่อนข้างสูง ก็เลยขอผลเลือดเอาไว้จะได้ให้หมออั๋นดูต่อ ตอนนั้นยังดูผลเลือดไม่เป็นเลย และวันนี้ก็จบลงแบบนี้แหละค่ะ
13 ธันวาคม 2553
ตอนเช้าลองเอาขนมให้ลาน่าดมๆดู ลาน่าเริ่มมีการอยากจะงับๆบ้างแล้ว ก็เลยโทรไปบอกหมออั๋นก่อนว่าลาน่าเริ่มตอบสนองกับอาหารแล้ว หมออั๋นก็บอกว่างั้นไม่ต้องฉีดน้ำเกลือใต้ผิวหนัง เพราะเค้าเริ่มรับอาหารเองได้แล้ว แต่ต้องค่อยๆให้กินทีละนิดๆเท่านั้น ต้องลองดูก่อนว่ารับอะไรได้แค่ไหน พอหมออั๋นเข้ามาก็ฉีดกลูโคส ยาลดกรดเคลือบกระเพาะ ยาฆ่าเชื้อ และยาลดไข้เนื่องจากไข้สูงเพราะพยาธิในเม็ดเลือด พอหมออั๋นดูผลเลือด ก็ถามเลยว่า"ให้กินอาหารอะไรเนี่ย" พอบอกไปว่าเป็นยี่ห้ออะไร(เกรดพรีเมี่ยมกับโฮลิสติก) หมอก็บอกว่า"มันไม่ใช่อาหารที่น่าจะทำให้ค่าตับค่าไตเป็นแบบนี้นะ หมอไม่ได้อยากจะกล่าวหาใครนะ แต่หมอว่าน่าจะถูกสับเปลี่ยนอาหารมากกว่า งั้นให้ลาน่ากินอาหารเดิมๆต่อไปแล้วเรามาตามผลเลือดดูว่าปัญหาเกิดจากอาหารหรือถูกเปลี่ยนอาหารกันแน่" ส่วนอาหารที่ให้ก็เป็นโจ๊กต้มกับไก่ ปั่นจนเหลว ค่อยๆป้อนกับน้ำ อย่างละ3cc.ทุกๆชั่วโมง ตอนที่ยาลดไข้ยังไม่ออกฤทธิ์ ต้องเอาผ้าชุบน้ำเย็นคอยเช็ดตัว แล้วก็โปะตามตัวตลอดเพื่อลดไข้ น้ำแข็งนี่ต้องใส่ถุงแช่เต็มตู้เลยค่ะ แต่ด้วยความที่ใจร้อนเห็นว่าเริ่มกินได้แล้ว ไม่อาเจียนแล้วเลยค่อยๆเพิ่ม ตอนเย็นก็เริ่มเป็นอย่างละ6cc.ทุกชั่วโมง แล้วก็มาเป็น12cc.ทุกชั่วโมง เท่านั้นแหละค่ะอาเจียนออกมาหมดเลยของวันนี้ ตกใจมากกกกก รีบโทรหาหมอทันที โดนหมอว่าไปตามระเบียบว่า"ใจร้อนเกินไป ลำไส้ลาน่าเพิ่งฟื้นตัวยังรับอะไรมากไม่ได้ ต้องค่อยเป็นค่อยไป ไม่ใช่มาเพิ่มในวันเดียว " แต่ยังดีที่เป็นเพราะความใจร้อนของภัทร ไม่ใช่เพราะอาการลาน่าทรุด ลาน่าจ๋า...หม่ามี๊ขอโทษนะลูก ส่วนความน่าสงสารคือลาน่าหิวน้ำมากๆพยายามวิ่งหาน้ำทุกครั้งที่พาออกมาเดินเล่น ต้องขังไว้ก่อนค่ะไม่งั้นเค้าจะแอบไปกินน้ำ ยังให้กินไม่ได้เพราะเค้าจะกินจนเกินที่ร่างกายรับไหว วันนี้ลาน่าเริ่มกินยารักษาพยาธิในเม็ดเลือดแล้วค่ะ คือยา Doxycycline ใช้รักษาพยาธิในเม็ดเลือดชนิดE-Canis ซึ่งยาตัวนี้ต้องกินต่อเนื่องอย่างน้อย 14 วันนะคะและควรที่จะกินคู่กับยาบำรุงตับ เพราะมีผลเสียต่อตับ ยาบำรุงตับที่ใช้ก็คือ Silymarin นอกจากนี้เพราะเกร็ดเลือดต่ำก็ควรให้ยาบำรุงเลือดเพิ่มด้วยนะคะ แต่ไม่ควรใช้ตัวยา FBC เพราะหมาดูดซึมได้ไม่ดี เท่ากับเสียเงินเปล่าโดยไม่ได้ประโยชน์ ใช้เป็นยาบำรุงเลือดตัวอื่นดีกว่าค่ะ หรือที่ผลิตสำหรับสุนัขโดยตรงก็มี และเรื่องยุ่งๆวันนี้ก็หมดลงเพียงเท่านี้ โดยที่ภัทรไม่ได้ไปมหาลัยค่ะ โดดเรียนกันเลยทีเดียว ลูกสาวไม่สบายจิตใจมันล่องลอย
วันที่ 14 ธันวาคม 2553
วันนี้ก็เหมือนเมื่อวานเลยค่ะทำทุกอย่างเหมือนกันทั้งการรักษาและการดูแล แต่เรื่องอาหารก็ป้อนเป็นโจ๊กไก่เหลวกับน้ำ อย่างละ3cc.ทุกๆชั่วโมง จนถึงตอนกลางวันก็เพิ่มเป็น4cc. ลาน่ารับได้ไม่มีอาการอาเจียนเลย เรื่องมีไข้ ยังไข้สูงอยู่เพราะยาDoxyยังเข้าไปกดพยาธิตัวร้ายไม่ได้ ต้องใช้เวลาประมาณ4-5วันค่ะกว่ายาจะกดไข้อยู่ ระหว่างรอก็จะฉีดยาลดไข้ หรือกินยาลดไข้ และก็เช็ดตัวด้วยผ้าเย็นให้ไปก่อนค่ะ วันนี้ยังคงไม่ไปเรียน...วินาทีนั้นคิดแค่ว่า"สอบตกช่างมัน ชีวิตของลูกลาน่าสำคัญกว่า เดี๋ยวค่อยซ่อมก็ได้"
วันที่ 15 ธันวาคม 2553
วันนี้ลาน่าไม่มีไข้ค่ะ เริ่มเปลี่ยนมาเป็นป้อนอาหารเม็ด ครั้งละ5เม็ดทุกชั่วโมง กับน้ำครั้งละ4cc.ทุกชั่วโมง ลาน่ากินได้ดีไม่มีอาเจียน แต่อาการหิวน้ำที่เห็นน่าสงสารสุดๆเลยค่ะ วันนี้...ไม่ไปเรียนอีกเช่นกัน
วันที่ 16 ธันวาคม 2553
เช้านี้ลาน่ามีไข้ขึ้นสูงอีกแล้ว และไม่ยอมกินอะไรเลย ทำเอาใจหายวูบนึกว่าเป็นเพราะลำไส้อักเสบฟื้นคืนชีพ รีบโทรหาหมออั๋น หมอก็บอกว่าเป็นเพราะพยาธิในเม็ดเลือดต่างหาก ก็จัดการฉีดยาลดไข้ และโปะตัวด้วยผ้าเย็นจนเป็นมัมมี่เลย ทำให้ลาน่าหลับกลางวันยาววว ตื่นขึ้นมาอีกทีก็ร่าเริง ยอมกินอาหารที่ป้อนแต่โดยดี วันนี้ป้อนอาหารเม็ดครั้งละ7เม็ดทุกชั่วโมง กับน้ำครั้งละ5cc.ทุกชั่วโมงค่ะ ไม่มีอาการอาเจียน แต่ยังคงบ้าคลั่งอยากจะกินน้ำเหมือนเดิม ทุกครั้งที่เห็นน้ำน้อยนิดที่เรากำลังจะป้อน ลาน่าจะน้ำลายไหลเหมือนเห็นสิ่งมหัศจรรย์ที่สุดของโลกเลยค่ะ และการเรียนวันนี้...ยังคงโดด
วันที่ 17 ธันวาคม 2553
วันนี้ลาน่าไม่มีไข้แล้ว เพิ่มอาหารเม็ดเป็น10เม็ด กับน้ำ6cc. กินดี ลัลล้าดีค่ะ พอดีว่าตอนสายๆหมออั๋นเข้ามาแผลให้โตโต้(ถูกรถทับ) ก็เลยถามเรื่องลาน่าว่ากินได้ปกติหรือยัง หมอบอกว่า"อ้าวกินได้แล้วสิ" ดีใจค่ะ ดีใจมากกกก รีบเอาน้ำให้หนูลาน่าทันที ลาน่ากินเหมือนตัวเองไปอยู่ในทะเลทรายมาชั่วชีวิตเลย ขนาดน้ำหมดแล้วก็ยังเลียไม่เลิก พอเห็นว่ากินน้ำสักพักไม่มีอาการอาเจียนเลย จึงเริ่มให้อาหารแต่ปริมาณน้อยกว่าปกติที่กินเวลาสบายดีนะคะ ลาน่าก็กินได้ดีไม่มีอาเจียน พอตอนเย็นก็เลยให้อาหารเม็ดอีกน้อยกว่าเวลาปกติเช่นเคย ลาน่าก็กินๆๆๆเหมือนหิวมากมาย ทั้งที่ปกติไม่ใช่เด็กที่ชอบกินอาหารเลย น้ำนี่วางทั้งวันค่ะ แต่ยังบังคับนิดๆหมดแล้วยังไม่เติมให้ทันที ให้พักบ้าง ทั้งวันนี้ปกติดีไม่มีอาการอาเจียน ตอนนี้เริ่มเห็นแสงสว่างอันสดใสแล้วค่ะ ลูกสาวที่รัก... แต่พอคิดถึงเรื่องเรียนตัวเองเริ่มขนลุกแฮะ เพราะวันนี้ก็โดดเรียนเช่นเคย
วันที่ 18 ธันวาคม 2553
เนื่องจากวันนี้เป็นวันเสาร์ ไม่มีเรียนก็โล่งใจไปเรื่องนึง ด้วยความที่เห็นว่าเมื่อวานเริ่มกินได้เกือบเหมือนเดิมแล้ว ตอนเช้าก็เลยให้ขนมไปชิ้นนึง กินได้แปบเดียว อาเจียนออกมาเลยค่ะ ตกใจมากแทบเป็นลม โรคลำไส้อักเสบหรอ คิดไปนู่นเลย คว้าโทรศัพท์โทรหาหมออั๋นทันที หมอก็เลยบอกว่า"อย่าเพิ่งไปให้อะไรแปลกใหม่พิศดารทันทีสิ ลำไส้เพิ่งฟื้นตัว อยากจะให้ก็ค่อยๆให้ทีละนิด ให้ลำไส้เค้าทำความคุ้นเคยกันก่อน เพราะการที่หายป่วยจากโรคนี้มันก็เหมือนล้างท้องแล้วเริ่มนับหนึ่งใหม่" เฮ้อ...ค่อยยังชั่ว ขวัญเอ๊ยขวัญมา ก็เลยลองค่อยๆบิให้ทีละนิดดู คราวนี้ก็กินได้ไม่อาเจียนแล้วค่ะ อาหารให้กินเหมือนเดิม แต่ค่อยๆเพิ่ม ไม่กล้าตู้มต้าม เดี๋ยวจะเกินที่ลาน่ารับไหวอีก น้ำก็ตามสบาย ตามใจหนูเลยลูกรัก แต่ยาDoxyยังคงกินต่อเนื่องนะคะ วันนี้รู้สึกสดชื่นมีความสุขขึ้นมาทันใด ลาน่าหายเป็นปกติแล้วค่ะ รอให้รักษาพยาธิในเม็ดเลือดเรียบร้อยแล้วจะเริ่มต้นทำวัคซีนใหม่หมดเลย
สิ่งที่ทำให้เกิดลำไส้อักเสบ
เรื่องนี้ไม่อยากจะโทษว่าเป็นความผิดของศูนย์ฝึก เพราะมันเริ่มมาจากการทำวัคซีนแบบห่วยๆของฟาร์ม ทั้งที่ฟาร์มก็มีชื่อ ขึ้นทะเบียนแท้ๆ ลาน่าก็เป็นหมามีประวัติ มีใบเพ็ด โทรไปสอบถามสมาคมก็ไม่ใช่ของปลอมด้วยนะคะ แต่ไม่รู้ว่าเค้าทำวัคซีนกันอีท่าไหน คราวนี้เลยบอกหมออั๋นบอกว่าขอทำใหม่หมดยกเซ็ทเลย พิษสุนัขบ้าก็ทำใหม่ด้วย เอาให้แน่น เอาให้ชัวร์
แต่สิ่งที่ไม่พอใจศูนย์ฝึกคือเรื่องระยะการเพาะเชื้อของโรคลำไส้อักเสบ มันเป็นช่วงที่ลาน่าอยู่ที่โรงเรียน ลาน่าต้องเริ่มแสดงอาการว่าป่วยแล้ว ซึม ไม่อยากอาหารแล้ว จิตใจไม่คิดจะแจ้งเจ้าของเลยหรอ วันที่กลับมาบ้านวันนั้นลาน่าไม่กินอาหาร ไม่คิดจะพูดเลยใช่มั๊ย นี่ถ้าไม่ถามจะรู้มั๊ยเนี่ย อีกอย่างการติดเชื้อ ก็คงมีการระบาดที่โรงเรียน และลาน่าก็ไม่ได้ไปไหนเลยนอกจากบ้านกับโรงเรียน เพราะที่บ้านเด็กๆได้รับวัคซีนครบทุกตัว และยังลัลล้ามีความสุขทุกตัวค่ะ ไม่มีตัวไหนป่วยเลย แต่เอาเถอะถือว่าวัคซีนลาน่าถูกทำมาไม่ดี ไม่โทษกัน
ส่วนเรื่องพยาธิในเม็ดเลือดที่ได้กลับมา เห็บเคยดูแลกันบ้างมั๊ยเนี่ย หรือหาเห็บเฉพาะวันที่จะไปรับกลับเท่านั้น เรื่องนี้ก็ยังอภัยเพราะเหมือนโดนคาร์บอมม์ ไม่ใช่ว่าเห็บทุกตัวจะมีเชื้อ ถือจะว่าลาน่าเคราะห์ไม่ดีเองละกัน ดันไปโดนตัวที่มีเชื้อกัดเข้าซะนี่ ที่คิดว่าได้จากโรงเรียนเพราะเด็กๆที่บ้านไม่มีตัวไหนเคยเป็นพยาธิในเม็ดเลือดเลยค่ะ โตโต้อยู่มา8ปี ไม่เค๊ยไม่เคยเป็นโรคนี้เลย และลาน่าเองก็อยู่โรงเรียนมากกว่าบ้านด้วย
แต่เรื่องที่ไม่โทษคงไม่ได้ คือเรื่องเปลี่ยนอาหารค่ะ เพราะผลเลือดที่ออกมารอบหลังแสดงเด่นชัดเลยค่ะ ให้กินเหมือนเดิมกับที่ส่งไปโรงเรียน แต่ค่าตับค่าไตเป็นปกติเลย ตอนแรกด้วยความข้องใจ ภัทรก็ไปเอาของกินลาน่ามากินหมดเลย อะไรเค็ม อะไรมัน อะไรหวานรึเปล่า ทุกอย่างก็ออกรสจืดหมด ยืนยันด้วยลิ้นตัวเองและผลเลือด ของถูกสับเปลี่ยน... เอาเถอะตอนนี้ยังอภัย ขอแค่ลาน่าหายป่วยแข็งแรงก็พอแล้ว
แต่จากนี้ลาน่าจะมีอาการป่วยแสดงออกมาอีกค่ะ และไม่ให้อภัยศูนย์ฝึกอีกแล้ว ติดตามในตอนต่อไปนะคะ
และแล้วก็ถึงเวลาสอบ และการสอบก็ผ่านพ้นไป เกรดออกมาแล้วค่ะได้ 3.63 ดีใจน้ำตาแทบร่วง นึกว่าเทอมนี้จะไม่รอดซะแล้ว รู้สึกเหมือนถูกปลดปล่อยจากบ่วงเลยค่ะ ตอนนั้นมัวแต่ห่วงลูกสาวไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น พอลูกสาวหายดี ตัวเองเพิ่งรู้สึกกลัวสอบตกมากๆๆๆๆ รอดแล้วๆๆๆ ดีใจจัง
ลาก่อนลำไส้อักเสบ ลาจาก...ลาตลอดไป ชิ่วๆๆๆ
เริ่มต้นมรสุมชีวิตของลาน่ากับหม่ามี๊
Tag: พันธุ์เยอรมันเชฟเฟิร์ด
ชอบ (0) , View: 840, Comment: 2
กล่องแสดงความคิดเห็น กับกลุ่มเพื่อนที่รักสุนัขทุกท่าน ที่นี่ที่เดียว Dogilike.com
ความคิดเห็นของกลุ่มเพื่อนที่รักสุนัขทุกท่าน ที่นี่ที่เดียว Dogilike.com
วันที่: 9 มิถุนายน 2554 [12:06] Email / Msn: mink(แอท)dek-d.com
อัพเดทอาการกันวันต่อวันเลย รอตอนต่อไปอยู่ๆ
วันที่: 9 มิถุนายน 2554 [12:06] Email / Msn: mink(แอท)dek-d.com
อัพเดทอาการกันวันต่อวันเลย รอตอนต่อไปอยู่ๆ





