[กลับหน้าหลัก]

Blog

  [ Blog ] 17 พฤศจิกายน 2553

เรื่องราวแสนเศร้า
เมือ่ดิออร์ลูกรักจากโลกไป
หมวดหมู่:
Tag: -
ชอบ  (0) , View: 1,603, Comment: 3



                                          


ภาพนี้เป็นภาพสุดท้ายที่ได้ภ่ายเอาไว้ก่อนวันที่ดิออร์จะได้จากโลกนี้ไป

เรื่องราวของดิออร์

ดิออร์เป็นหมาพันธุ์ชิสุห์ แฟนซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิดซึ้งตัวเราเองเป็นคนที่รักหมามาก ซื้อมาจากสนามหลวง 2 ในราคา 2800 บาท เราดีใจมากในวันนั้น ดิออร์เกิดวันที่19 มีนาคม 2549 ตอนซื้อมาอายุได้ 2 เดือนค่ะ แล้วเราก็ช่วยกันเลี้ยงดูเอาใจใส่เป็นอย่างดี ไปไหนก้อจะไปด้วยกันตลอด ไปเที่ยวทะเลก็ไปด้วยกัน ดิออร์เป็นหมาที่ชอบว่ายน้ำมากค่ะ เห็นทะเลเป็นไม่ได้ จะวิ่งไปหาตลอดอาจจะเพราะว่าร้อนหรือยังไงไม่ทราบนะค่ะ เราไปเที่ยวด้วยกันบ่อยและหลากหลายที่ เรามีความสุขกันมาก จนเวลาผ่านมา 2 ปีกว่า ดิออร์ได้ตั้งท้องกับเจ้าคอปเปอร์หมาอีกตัว คลอดลูกออกหมาได้ 5 ตัว เชื่อไหมว่าวันนั้นไม่อยู่บ้านออกไปทามธุระข้างนอก เจ้าดิออร์อยู่บ้านกับคุณพ่อ เค้าไม่ยอมคลอดร้องครางรอเรากลับมา พ่อโทรหาเราเราก็รีบกลับบ้าน พอเรากับมาถึงบ้านรีบวิ่งมาหาเราเราก็หอมและกลอดเค้า แล้วเค้าก็นอนลงเบ่งลูกออกมาบนตักเรา ตัวแรกอ้วนน่ารักมาก ออกมาด้วยกันทั้งหมด 5ตัว จนดิออร์ไม่มีแรงขาหลังเดินไม่ไหว เราต้องอุ้นไปนอนในเบาะพร้อมกับลูก ๆ แล้วเราก็ไปเอานมมาให้ทานเพื่อนที่จะได้มีแรงให้นมลูก  เวลาผ่านไปลูก ๆก็เริ่มเติบโต ซนมาก ๆ ก็มีเพื่อนมาขอไปเลี้ยง แต่เราจะเลือกให้เฉพาะคนที่เรารู้ว่าเค้ารักหมาจริง ๆ เท่านั้นค่ะ จะได้ห่ายห่วงเรื่องลูก ๆ ของดิออร์ไปอยู่กับคนที่เค้ารักหมาเหมือนกันกับเราค่ะ และเราก็ใช้ชีวิตร่วมกัน นอนด้วยกัน กินด้วยกัน ดิออร์จะชอบนอนบนหัวเราตรงหมอนหนุนค่ะ พอเวลาผ่านไปปีที่ 4 มีอยู่วันหนึ่งดิออร์ไม่ค่อยทานข้าวทานแต่น้ำ ไม่ค่อยมีแรง ตัวผอมขึ้นทุกวัน เหงือกซีด ลิ้นซีด เราใจไม่ดีจึงตัดสินใจพาไปหาหมอ คุณหมอบอกว่าอาการน่าเป็นห่วงมากค่ะ สงสัยจะเป็นพยาธิในเส้นเลือดอะไรประมาณนี้ คุณหมอบอกว่าจะต้องเจาะเลือดตรวจ ตอนนี้จะต้องนำตัวไปไว้ที่คลีนิคเพื่อให้น้ำเกลือก่อน พอเราได้ยินก็ตกใจมือสั่น น้ำตาไหล ในใจคิดว่าดิออร์จะต้องไม่ตายนะ แล้วหมอก็นำตัวไปคลีนิคให้น้ำเกลือและนัดเวลาไปเยี่ยม ตอนบ่าย ๆ เราก็ไม่เป็นอันทำอะไรนั่งกังวลมาก รอให้ถึงตอนบ่ายเร็ว ๆ พอถึงตอนบ่ายเราก็รีบไปเยี่ยม เค้านอนให้นำเกลือแต่ก็ยังมีแรงขึ้นมาหน่อย เค้าดีใจมากที่เห็นเราไปหา เราน้ำตาไหลและถามอาการหมอ หมอบอกว่าเจาะเลือดไปตรวจแล้วต้องรอฟังผลประมาณ 5 โมงเย็น เค้าบอกว่าลิ้นซีดเหงือกซีดเลือดในตัวคงเหลือน้อยให้ตัดสินใจมาว่าจะให้เลือดเลยไหมหมอจะได้สั่งจองเลือดจากทางโรงพยาบาลไว้ให้ เราก็โทรไปถามแฟนเล่าเรื่องที่หมอบอกให้ฟังเพื่อช่วยกันตัดสินใจ จะทำยังไงดีเงินเราก้อไม่มีหมอบอกว่าต้องเสียค่าใช้จ่ายเบ็ดเสร็จประมาณ 6000 กว่าบาทร่วมค่าน้ำเกลือค่าพยาบาล ค่ายารักษา ค่าดูแล แฟนบอกว่าถ้าเสียแล้วดิออร์รอดเราก็ต้องยอม เราจึงตัดสินใจบอกหมอว่าให้สั่งเลือดไว้เลย เพราะถ้าช้าดิออร์อาจจะไม่รอดก็ได้ แล้วเราก็ต้องกลับไปเปียแชร์เพื่อนำเงินมารักษาดิออร์ เพราะเราเพิ่งจะเรียนจบยังไม่ได้เข้าทามงานเลยเราเลยไม่มีเงิน หมอบอกว่าเดี๋ยวสัก 5 โมงเย็นจะโทรไปบอกผลเลือด เรากลับถึงบ้านก็นั่งกังวลอีกรอไห้ถึงหาโมงเร็ว ๆ พอ 5 โมงผ่านไปหมอก็ยังไม่โทรมาจนถึง 3ทุ่มเรากะวนกะวายรอไม่ไหวจึงตัดสินใจโทรหาหมอ หมอบอกว่าเกล็ดเลือดดิออร์ต่ำมาก ปกติหมาทั่วไปเกล็ดเลือดจะอยู่ประมาณ 30 แต่ดิออร์เหลือแค่ 8 เอง มีสิทธิ์เสี่ยงสูงที่ดิออร์จะไม่รอดพอเราได้ยินก็ยิ่งใจไม่ดีร้องไห้มาก หมอบอกว่ารอให้ผ่านคือนนี้ไปได้ ก็มีสิทธิ์ หมอบอกว่าสัญญาเดี๋ยวจะดูแลอย่างดีคืนนี้แต่ถ้ามีอะไรฉุกเฉินจะรีบโทรบอกทันที พอผ่านไปอีกคืน รุ่งเช้าเราก็รีบไปเยี่ยมดิออร์อาการยังทรงตัวเราก็เริ่มโล่งใจมาอีกหน่อย หมอบอกว่าใจเค้าสู้มาก หมอบอกว่าย-->-->อมรับใจเค้าสู้จริงๆ ถ้าใจเค้าไม่สู้นะเค้าคงไปตั้งแต่เมื่อวาน ดิออร์ก็ยังต้องนอนให้น้ำเกลืออีก หมอบอกว่าสั่งเลือดไว้แล้วจะมาพรุ่งเดี่ยวหมอจะรีบไปเอาเลือดที่โรงพยาบาล แล้วดูว่าจะให้เค้าได้ตอนไหน เราได้ยินก็ดีใจแล้วเข้าไปกอดดิออร์ หอมเค้า แล้วบอกให้เค้าสู้ ๆ นะ เราต้องอยู่ด้วยกันนะลูก ผ่านไปวันที่ 2 เข้าวันที่ 3 หมอบอกว่าผลเลือดออกมาตับของดิออรืยังไม่ดี ตับเป็นพิษ ยังให้เลือดไม่ได้ ต้องรอดูผลตับอีกที่คืนนี้ พอผ่านไปวันที่ 4 เราก็ไปเยี่ยมตามปกติ หมอบอกว่าให้เลือดไปแล้วเมื่อตอนเที่ยงคืน เราก็งงไหนหมอบอกว่าจะให้วันนี้ แต่เราก็ไม่ได้ติดใจอะไร แล้วดิออร์ก็ดูมีเรี่ยวแรงขึ้นมา อาจจะเป็นเพราะให้เลือด และได้น้ำเกลือด้วย ดิออร์ตัวบวมอ้วนน้ำเกลือเลย ดูร่าเริงขึ้น เราก็ดีใจยิ้มได้ แฟนก็ยิ้มได้ หมอบอกว่ารอดูอาการอีกประมาณ 2-3 วัน ค่อยมารับกลับบ้าน กลับมาที่บ้านแฟนเราก็ติดใจถามว่าหมอให้เลือดแล้วจริงเหรอทำไมให้ตอนเที่ยงคืน แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่าเค้าให้เลือดแล้ว เราก็เริ่มสงสัยกันแต่ก็ไม่ได้ถามหมอด้วยความเกรงใจนั้นเอง เราก็บอกว่าแต่ดิออร์ก็ดูดีขึ้นนะไม่ต้องคิดมากหรอกเดี่ยวก็ได้กลับบ้านแล้ว พออีก 2 วันเราก็ไปรับดิออร์กลับบ้านด้วยความดีใจ ดิออร์ก็ดีใจเช่นกัน กระโดใหญ่เลย หมอก็ให้ยามาทานหลังอาหาร มียา 3 ตัว เม็ดสีแดง ๆ เหมือนยาบำรุงเลือดคน ยาสีขาว ยาสีชมพู หมอบอกว่าให้ซื้อตับวัวมาบดให้ดิออร์ทานจะได้ช่วยสร้างเม็ดเลือดให้ดิออร์ เราก็ไปซื้อมาบดให้ดิออร์ทานแต่ดิออร์ก้อไม่ยอมทานเลย ซื้ออาหารแบน้ำของเพ็ดดีกรีมาให้ทานก็ทานแค่นิดหน่อย ที่เหลือก็ทานแต่น้ำ ตัวก็ผอมลง ๆ ทุกวัน เราก็ใจไม่ดีโทรหาหมอ หมอบอกว่าให้พามาให้หมอดูอาการ เราก็พาไปหาหมอ หมอบอกว่าตัวผอม ทำไมไม่ยอมกินนะ เราก็บอกว่าทำตามที่หมอบอกทุกอย่างพยายามให้ทานเพื่อจะได้ทานยา แต่ก็ไม่ค่อยยอมทาน หมอก็บอกว่าให้เค้าทานอาหารอ่อน ๆ พวกโจ๊ก แล้วให้เค้าทานยาอย่าให้ขาดนะ แล้วหมอก็ให้ขวดน้ำใส ๆ เหมือนกลูโคสให้มาครึ่งขวดให้เอาไปให้ดิออร์ทานหลังอาหาร  พอกลับมาบ้านเราก็พยายามให้ดิออร์ทานข้าวแต่ก็ไม่ยอม นอนอย่างเดียวตัวก็ผอม แรงก็ไม่มี แฟนบอกว่าให้เราทำใจเผื่อไว้ด้วยนะ เราก็นั่งร้องไห้มองหน้าดิออร์ ที่นอนหลับอยู่ พอรุ่งเช้าวันที่ 7 ตุลาคม 2553 เราก็ต้องออกไปชายของช่วยน้า ซึ่งเป็นวันที่ทานอาหารเจเป็นวันแรกในเดือน ตุลาคม วันนั้นไม่มีใครอยู่บ้านเลยเราก็เป็นห่วงดิออร์มาก พยายามเตรียมเบาะนอน อาหาร น้ำ และนม ไว้ให้ดิออร์พร้อม รวมทั้งของเล่นที่ดิออร์ชอบวางไว้ข้าง ๆ ทั้งหมด เพื่อให้ดิออรไว้เล่น แล้วเราก็พยายามให้เค้าทานอาหารเพื่อให้ทานยา แต่ก็ไม่ยอมทาน เราจึงป้อนนมให้ แล้วให้ยาและให้เค้านอนพักผ่อน เราจึงออกไปที่ร้านน้าทั้งครอบครัวเลย ใจไม่เป็นอันทำงานเลย เป็นห่วงดิออร์มาก ๆ เลย อยากจะรีบกลับมากๆๆๆ พอตกค่ำประมาณ 1 ทุ่ม แม่จะต้องกลับก่อนเราต้องเก็บร้านแล้วกลับทีหลังเราจึงฝากแม่ดูแลดิออร์ด้วย  พอผ่านไปราว 2 ทุ่มกว่า แม่โทรมาบอกแฟนว่าดิออร์ไปแล้วนะ ธาตุไฟแตกหมดแล้วนอนตายอยู่หน้าห้อง แต่แฟนก็ยังไม่กล้าบอกเรา ยืนทำหน้าเศร้าเหมือนจะร้องให้เราก็ถามว่าเป็นอะไร เค้าเดินมาหาแล้วจับหัวเราบอกว่าดิออร์ไปแล้วนะ เท่านั้นแหละเราปล่อยโฮ้ขึ้นมาทันทีทั่งที่ลูกค้าอยู่เต็มร้าน  แฟนบอกกลับบ้านเดี่ยวนี้เลย แฟนขับรถกลับบ้านด้วยความเร็วมากและร้องไห้กันตลอดทางกลับ
ต่างคนต่างปลอบใจกัน พอมาถึงที่บ้านเราแทบขาดใจไม่อยากก้าวเข้าไปมองเลย  มันเป็นภาพที่น่าเศร้ามากดิออร์ นอนตายอยู่หน้าห้องอุจจาระแตก นอนตายตาไม่กลับ พ่อบอกว่าตัวยังอุ่น ๆ เหมือนเพิ่งจะตาย เราคิดในใจเค้าคงรอเราไม่ไหวจริง ๆยังตายตาไม่หลับเลย เรากับแฟนก็เข้าไปอุ้มและกลอดนั่งร้องไห้กันอยู่ประมาณ 20-25 นาที เราก็ช่วยกันขุดหลุมฝังดิออร์ไว้ที่ข้างบ้าน และตัดขนดิออร์ไว้เป็นที่ระลึก ปูผ้าลงไปในหลุม และนำร่างดิออร์ลงไปนอน นั่งดูดิออร์กันอยู่สักครู่ก็นำดินกลบร่างดิออร์
และจุดธูปบอกดิออร์ว่าไม่ต้องเป็นห่วงอะไรนะลูกแม่อยู่ตรงนี้แล้ว แม่รักหนูนะ ถ้าเรามีบุญร่วมกันเราต้องได้อยู่ด้วยกันอีกนะ ถ้าหนูยังไม่ไปเกิดก็มาอยู่กับแม่เหมือนเดิมนะ แต่ถ้าถึงเวลาที่หนูจะต้องไปก็ไปตามสบายไม่ต้องเป็นห่วงอะไรนะ รุ่งเช้าวันที่ 8 เราก็ไปทำบุญใส่บาตรอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้ดิออร์ และไว้พระสวดมนต์แผ่เมตตาให้ทุกวัน นับตั้งแต่วันถึงวันนี้ก็ได้เดือนกว่าแล้วที่ดิออร์ได้จากไปเราจะไม่มีวันลืมดิออร์ลูกรักของทุก ๆ คนในครอบครัวเป็นอันขาด  ดิออร์จะอยู่ในใจแม่นะลูก   
            หลุมศพของดิออร์
เรื่องราวแสนเศร้า
เมือ่ดิออร์ลูกรักจากโลกไป
Tag: -
ชอบ  (0) , View: 1,603, Comment: 3


« Blog ก่อนหน้า

กล่องแสดงความคิดเห็น กับกลุ่มเพื่อนที่รักสุนัขทุกท่าน ที่นี่ที่เดียว Dogilike.com

ผู้เยี่ยมชม < Login here! >
ชื่อ*:    Email:     พิมพ์เลขที่เห็น*

ความคิดเห็นของกลุ่มเพื่อนที่รักสุนัขทุกท่าน ที่นี่ที่เดียว Dogilike.com

Dior@Fongdo < Profile >   [ IP : 125.24.70.150 ]
วันที่: 20 พฤศจิกายน 2553 [10:41]   Email / Msn: imlady7(แอท)hotmail.com

ช่วยกานโหวตด้วยนะค่ะ
ชอบ  (0)

B.B.Smlie < Profile >   [ IP : 58.11.8.119 ]
วันที่: 21 พฤศจิกายน 2553 [16:22]   Email / Msn: bbjung_bb(แอท)hotmail.com

น่าสงสาร ดิออร์ T T เสียใจด้วยนะครับ
ชอบ  (0)

มนต์   [ IP : 182.52.25.71 ]
วันที่: 4 ธันวาคม 2553 [19:36]   Email / Msn: nummon2425(แอท)hotmail.com

เศร้า หมาเราก้อเพิ้งตาย
ชอบ  (0)