[กลับหน้าหลัก]

Blog

  [ Blog ] 3 มิถุนายน 2558

สรรหามาเล่า....ตอนที่ 76
ตะขบ ผลไม้ตระกูลเบอรี่กับสุนัข
หมวดหมู่:
Tag: พันธุ์ลาบราดอร์รีทรีฟเวอร์
ชอบ  (1)
  • Baan Hunsa Chihuahua
  • ชอบสิ่งนี้
, View: 950, Comment: 0

สรรหามาเล่า ตอนที่ 76

ตะขบ ผลไม้ตระกูลเบอรรี่กับสุนัข

 

เมื่อวันก่อนเก็บลูกตะขบให้มะหมาที่บ้านกินเพราะเห็นว่าเขาชอบเก็บกินตอนที่ผลสุกร่วงจากต้น  คาดว่าน่าจะเป็นเพราะความหวานอร่อยจึงทำให้เขาชอบ พอเอ๊ะใจคิดขึ้นได้ว่ามีผลไม้บางอย่างที่มะหมากินแล้วเป็นอันตราย แต่ก็ไม่แน่ใจว่าจริง ๆ แล้วสุนัขสามารถกินลูกตะขบได้หรือไม่  จึงได้ลองหาข้อมูลเลยเอามาเล่าสู่ให้ฟัง

          ตะขบเป็นผลไม้ในตระกูลเบอร์รี่  อันนี้ก็เพิ่งรู้จากการหาข้อมูลนี่แหละ โดยขออ้างถึงข้อมูลจากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์  ผลไม้ตระกูล"เบอร์รี่ไทย"หลากประโยชน์ช่วยปกป้อง"หัวใจ"

ได้เขียนไว้ว่า ในปัจจุบันมีผลการศึกษาวิจัยมากมายแสดงให้เห็นว่า ผลไม้ในกลุ่มของเบอร์รี่ มีประโยชน์ต่อร่างกายหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น การลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งมะเร็งลำไส้และมะเร็งเต้านม ช่วยควบคุมน้ำหนัก ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด ลดความดันโลหิตในผู้ที่มีโรคความดันโลหิตสูง นอกจากนี้เบอร์รี่ยังช่วยบำรุงสมองและความจำ ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายแข็งแรง และที่กำลังเป็นที่สนใจอย่างมาก คือ เบอร์รี่สามารถต้านชราได้ดร.ฉัตรภา หัตถโกศล อาจารย์ประจำภาควิชาโภชนวิทยาคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่าเมื่อนึกถึงผลไม้ในกลุ่มเบอร์รี่ทั้งหลาย คนส่วนใหญ่จะนึกถึงแต่ผลไม้ที่มีชื่อลงท้ายด้วยเบอร์รี่ เช่น สตรอเบอร์รี่ บลูเบอร์รี่ เชอรี่ ราสเบอร์รี่ แครนเบอร์รี่ แบล็กเบอร์รี่ โดยที่จะมองข้ามในสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวของเรา ซึ่งในประเทศไทยก็มีผลไม้ในกลุ่มเบอร์รี่อยู่มากมาย และมีประโยชน์ต่อสุขภาพโดยได้มีการนำมาศึกษาวิจัยทดลองให้ผลสนับสนุนแล้วว่า มีประโยชน์ไม่น้อยไปกว่าผลไม้กลุ่มเบอร์รี่ของต่างประเทศเลย
ผลไม้ที่อยู่ในกลุ่มเบอรี่ที่เป็นผลไม้ไทย ก็ได้แก่

1.ลูกหว้า มีสารกลุ่มแอนโธไซยานิน (ไซยานิดิน) กรดเอลลาจิก กรดเฟอรูลิก ซึ่งมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ต้านฤทธิ์ของสารก่อมะเร็งโดยพบว่า สามารถยับยั้งเซลล์มะเร็งลำไส้ มะเร็งช่องปาก และมะเร็งเต้านมได้

2.มะเกี๋ยง ผลของมะเกี๋ยง มีสารพฤกษเคมีที่สำคัญอยู่หลายตัว เช่น สารประกอบฟีนอลิก ที่มีคุณสมบัติในการต่อต้านอนุมูลอิสระ
3.มะขามป้อมมีปริมาณของวิตามินซีสูง โดยในผลมะขามป้อม 1 ผลจะมีวิตามินซีมากกว่าส้ม 2 ลูก และยังพบสารพฤกษเคมีอื่น เช่น สารกลุ่มแทนนิน เบนซินอยด์เทอร์ปีน ฟลาโวนอยด์อัลคาลอยด์ คูมาริน ที่มีส่วนช่วยในการลดการอักเสบของร่างกาย สามารถช่วยลดการติดเชื้อรา เชื้อแบคทีเรียนอกจากนี้ยังพบว่า การรับประทานมะขามป้อมเป็นประจำจะช่วยลดระดับของคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดีหรือ แอลดีแอล รวมถึง ไตรกลีเซอไรด์ จึงถือว่า เป็นการป้องกันการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด และเมื่อไม่นานมานี้มีการศึกษาถึงแนวคิดว่า สารสกัดจากมะขามป้อมจะช่วยลดการเกิดเซลล์มะเร็งโดยสามารถลดการเกิดเซลล์ มะเร็งได้แล้วในสัตว์ทดลอง

4.ลูกหม่อนลูกหม่อนของไทยหากเทียบในปริมาณ 100 กรัมเท่ากัน จะพบว่า ลูกหม่อนมีสารต้านอนุมูลอิสระมากกว่าบลูเบอร์รี่2-3 เท่า ซึ่งสารที่พบ คือ สารในกลุ่มโพลีฟีนอล แอนโทไซยานินและเรสเวอราทอล สารต้านอนุมูลอิสระกลุ่มนี้จะช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจและโรค มะเร็งลูกหม่อนเป็นผลไม้ที่มีกรดไขมันที่จำเป็น คือ โอลิอิกและไลโนลิอิก ซึ่งเป็นกรดไขมันที่จำเป็นสำหรับการสร้างเยื่อหุ้มเซลล์ในระบบประสาทและสมอง ช่วยให้ความจำดีขึ้น ยังมีการศึกษาว่า สารสกัดจากลูกหม่อนช่วยควบคุมความหิวทำให้ช่วยควบคุมน้ำหนัก

5.มะยมมีสารในกลุ่มแทนนินที่ช่วยต้านการเกิดเซลล์มะเร็ง ช่วยลดการเกิดการอักเสบในร่างกายรวมทั้งมีใยอาหารสูงช่วยให้ระบบขับถ่ายเป็นปกติและลดการสะสมของของเสียในลำ ไส้ ทั้งนี้ เนื่องจากใยอาหารในมะยมมีทั้งชนิดที่ไม่ละลายน้ำและละลายน้ำ โดยใยอาหารที่ละลายน้ำจะช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลจึงช่วยลดการเกิดโรคหัวใจและ หลอดเลือด
6.มะเม่าหรือหมากเม่านอกจากจะมีสารต้านอนุมูลอิสระที่สูงเหมือนกับผลไม้ในตระกูลเบอรี่ทั้ง หลายแล้ว มะเม่ายังมีแร่ธาตุเหล็กสูงซึ่งทางตำรายาไทยจะใช้รักษาภาวะโลหิตจางและบำรุง เลือด

7.โทงเทงฝรั่งหรือเคพกูสเบอรี่ สารอาหารสำคัญที่พบ คือ เบต้าแคโรทีนซึ่งจะเปลี่ยนเป็นวิตามินเอในร่างกายจึงช่วยในเรื่องการมองเห็น ทำให้ผิวพรรณดี นอกจากนี้ยังมีสารกลุ่มไฟโตรสเตอรอลที่ช่วยลดการดูดซึมคอเลสเตอรอลในร่างกาย ส่งผลให้ลดระดับคอเลสเตอรอลส่วนเกิน และบริเวณเปลือกของโทงเทงฝรั่งยังมีใยอาหารประ เภทเพคตินที่ช่วยให้ลำไส้ทำงานได้ดีขึ้น

8.เชอรี่ไทย มีสารในกลุ่มแอนโธไซยานินมีส่วนช่วยในการลดการอับเสบ การเจ็บปวดของกล้ามเนื้อ จากการศึกษาพบว่า มีการใช้เชอรี่ไทยในผู้ที่มีอาการท้องผูกเพื่อเป็นตัวที่ช่วยให้ขับถ่าย ได้ดี

9.ตะขบเป็นต้นไม้ที่ขึ้นง่ายพบได้ทั่วไปในบริเวณทุกภาคของประเทศไทย ตะขบถือว่าเป็นผลไม้ที่มีใยอาหารสูงชนิดหนึ่ง โดยใน 100 กรัมหรือประมาณ25 ผล จะมีใยอาหารมากกว่า 6 กรัม ปริมาณสารอาหารที่แนะนำให้บริโภคประจำวันสำหรับคนไทยอยู่ที่ 25 กรัม การกินตะขบ 1 ถ้วยเท่ากับได้ปริมาณ 1 ใน 4 ของใยอาหารที่แนะนำแล้ว
จากการศึกษาพบว่า ตะขบมีแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย เช่น โพแทสเซียม แคลเซียม และฟอสฟอรัส นอกจากนี้ ตะขบจะมีสารที่ให้สีแดงคือสารไลโคปีน กรดเอลลาจิก แอนโธไซยานิน และกรดแกลลิก ที่ช่วยทำให้ระบบการทำงานของต่อมลูกหมากดีขึ้น ทั้งยังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็งหลายชนิด รวมถึงปกป้องเซลล์จากการถูกทำลายจากสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะช่วยดูแลหัวใจ นอกจากนี้ แพทย์แผนไทยยังใช้ตะขบในการรักษาอาการไข้ และเป็นยาบำรุงกำลังอีกด้วย
ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ต่างประเทศ

1.สตอเบอร์รี่อุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการสูงและให้แคลอรี่ต่ำ มีวิตามินซีสูง ที่สำคัญคือผลสตรอเบอร์รี่มีสารแอนโธไซยานินเป็นแหล่งรวมของสารสีแดง ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระในปริมาณที่มากกว่าผลไม้ชนิดอื่น เส้นใยอาหารของสตอเบอร์รี่ ช่วยลดระดับคลอเลสเตอรอลและความเสี่ยงมะเร็งลำไส้แถมยังช่วยเสริมสร้างการทำ งานของระบบการย่อยอาหารและการขับถ่ายให้ดีขึ้น

2.บลูเบอร์รี่เต็มเปี่ยมไปด้วยวิตามินC และ วิตามิน E ถ้าทานบลูเบอร์รี่ เป็นประจำจะช่วยบำรุงสายตาและบำรุงจอรับภาพ ผลไม้กลมๆ เล็กๆ สีน้ำม่วงเข้มอย่างเจ้าบลูเบอร์รี่นี้มีสารต้านอนุมูลอิสระอยู่ในระดับสูง

3.แครนเบอร์รี่มีประโยชน์ต่อสุขภาพหลายอย่าง โดยเฉพาะใครที่ชอบอั้นปัสสาวะ จนเป็นโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบแล้วละก็ แครนเบอร์รี่ช่วยได้ เพราะในผลไม้ลูกเล็กๆ สีแดงๆ นี้มีฤทธิ์ฆ่าแบคทีเรีย และมีสารแทนนิน ที่ช่วยหยุดการเกาะตัวของแบคทีเรียอี โคไล ที่บริเวณผนังทางเดินปัสสาวะได้ด้วย

4.ราสเบอร์รี่มีธาตุ โพแทสเซียม และเส้นใยอาหารสูง มีวิตามินเคหรือ ไบโอฟลาโวนอยด์ ที่ช่วยในการแข็งตัวของเลือด และยังมีแมงกานีส ที่ช่วยในการทำงานของปฏิกิริยาเคมีในร่างกาย สารสีแดงในราสเบอร์รี่มีคุณสมบัติช่วยในการหมุนเวียนโลหิตดีขึ้น มีผลต่อช่วยให้ ระบบการทำงานของประสาททำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

5.เชอร์รี่ที่เราเห็นบ่อยบนยอดสุดของไอศกรีม รสชาติหวานหอมกรุบกรอบ เชอรีเป็นผลไม้ที่มีโพแทสเซียมในปริมาณสูง ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการสร้างความสมดุลกับโซเดียมทำให้ความดันโลหิตเป็นปกติ ระบบไหลเวียนโลหิตดี นอกจากนี้ เชอรี่ยังมีวิตามิน c ช่วยรักษาแผล ป้องกันโรคลักปิดลักเปิดอีกด้วย

หากเราสืบค้นในอินเทอร์เน็ตจะพบว่ามีข้อมูลจำนวนมากที่แตกต่างกันเกี่ยวกับการให้สุนัขกินผลเบอร์รี่  ทำให้เราสับสนว่าตกลงสุนัขกินผลไม้ตระกูลนี้ได้หรือไม่  แต่ข้อมูลส่วนใหญ่ได้ชี้ให้เห็นว่าเบอร์รี่เป็นอาหารที่มีประโยชน์สำหรับสุนัข  แต่ทั้งนี้เราพึงตระหนักไว้ว่าผลไม้ตระกูลเบอร์รี่นั้นมีหลายชนิด  ต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าอันไหนกินได้อันไหนกินไม่ได้  ในต่างประเทศพบว่าสุนัขชอบกินผลเบอร์รี่เหมือนกับที่คนเราชอบกิน  เช่น บลูเบอร์รี่ แครนเบอร์รี่ ราสเบอร์รี่ แบล็กและสตรอเบอร์รี่ ซึ่งเบอร์รี่ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้สุนัขสามารถกินได้อย่างปลอดภัย  ยังมีเบอร์รี่อีกส่วนหนึ่งที่สุนัขควรหลีกเลี่ยง ได้แก่ ผลเบอร์รี่ที่มีเม็ดเช่นเชอรี่ ซึ่งเมื่อสุนัขกลืนเม็ดที่มีขนาดใหญ่ของเชอรี่เข้าไปอาจทำให้เกิดการสำลัก ติดคอ หรือการเป็นนิ่วได้ นอกจากนี้เม็ดของเบอร์รี่บางชนิดมีสารเคมีที่อาจเป็นอันตรายต่อสุนัข ได้แก่ holly berries, juniper berries, baneberries, poke berries,  mistletoe berries

ประโยชน์ของเบอร์รี่ที่มีต่อสุขภาพของสุนัขก็เหมือนกับที่เรารับประทานเข้าไป  เบอร์รี่มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ คือ สามารถปกป้องเซลล์จาก "อนุมูลอิสระ" ซึ่งมีการผลิตตามปกติเมื่อร่างกายต้องผ่านขั้นตอนของการสลายสารอาหารหรือเมื่อใดก็ตามที่ภายในร่างกายมีถูกทำร้ายอนุมูลอิสระที่สามารถก่อให้เกิดความเสียหายต่อเซลล์ของเรา เชื่อกันว่าโมเลกุลเป็นอันตรายเหล่านี้สามารถส่งผลกระทบต่อเราในรูปแบบที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็งโรคหัวใจและปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ดังนั้นสารต้านอนุมูลอิสระที่มาจากผลเบอร์รี่จึงสามารถช่วยปกป้องสุนัขของเราจากอันตรายที่จะเกิดจากอนุมูลอิสระ  การให้สุนัขกินเบอร์รี่อาจช่วยป้องกันโรคมะเร็งโรคหัวใจและปัญหาสุขภาพอื่น ๆ  การศึกษายังได้ชี้ให้เห็นว่าบลูเบอร์รี่มีเป็นประโยชน์ต่อสุนัขแก่  และช่วยให้ระบบความจำและความคิดของพวกเขาดีขึ้น     หากให้สุนัขกินแครนเบอร์รี่จะช่วยปรับปรุงสุขภาพของระบบทางเดินปัสสาวะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสุนัขที่ปัญหาเรื่องไต แครนเบอร์รี่จะมีวิตามินซีสูง  น้ำแครนเบอร์รี่มีสภาพเป็นกรดเมื่อให้มันกับสุนัข  จะช่วยให้ลดค่าความเป็นกรดของปัสสาวะของสุนัขของคุณ ส่งผลให้ทางเดินปัสสาวะไม่เอื้ออำนวยสำหรับแบคทีเรีย ลดภาวะการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ  แต่ทั้งนี้เราไม่ควรให้สุนัขกินเบอร์รี่มากจนเกินไป  เนื่องจากอาจทำให้สุนัขไม่สบายท้องและเกิดภาวะท้องเสียได้  มีผลไม้อื่น ๆ ที่ห้ามให้สุนัขกิน ได้แก่ องุ่น  ลูกเกด  อะโวคาโด มะเดื่อ ผลไม้บางอย่างที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษหากจะให้สุนัขกิน ได้แก่ เชอรี่ ลูกพีช พลัม แอปริคอตแอปเปิ้ลและ nectarines ซึ่งเนื้อผลนั้นสุนัขสามารถกินได้ แต่เมล็ดและเม็ดเป็นพิษต่อสุนัข

ผลไม้บางอย่างเรามองแล้วผ่านทั้งๆที่ลูกเขียวแดงสุกน่ารักห้อยเต็มต้นเช่น ตะขบ เมื่อก่อนก็ไม่ทราบหรอกว่ามีประโยชน์อย่างไรทราบเพียงหวานเย็นหอมอร่อยพบที่ไหนเด็ดได้เด็ดใส่ปากทันทีส่วนใหญ่แล้วไม่ต้องปลูกขึ้นเองตามธรรมชาติ จากที่หาข้อมูลมาทั้งหมดนี้ก็ไม่ได้มีรายงานไหนกล่าวว่าสุนัขของเรากินตะขบได้หรือไม่  แต่ที่รู้แน่ ๆ ก็คือประโยชน์ของตะขบที่มีต่อร่างกายนั้นเยอะมากจริง ๆ   ในข้อมูล (จากเมืองนอก) ก็ไม่ได้ห้ามให้สุนัขกินตะขบ  ดังนั้นเราก็น่าจะสามารถให้สุนัขของเรากินได้  ซึ่งหากมีข้อมูลเพิ่มเติมเมื่อใดก็จะนำมาเล่าสู่กันฟังอีกครั้ง

                ถ้าท่านใดต้องการแสดงความคิดเห็นหรือสอบถามข้อมูลต่าง ๆ และอยากมีเพื่อนที่เลี้ยงสุนัขด้วยกันคอยให้คำปรึกษาขอเชิญที่ http://www.greencornerlabradors.com หรือ http://www.labrador-thailand.com คลิกเข้าไปที่เว็บบอร์ดWE LOVE LABRADOR CLUBคุณจะได้เข้าถึงบ้านอันอบอุ่นและเป็นมิตรของพวกเราชาว ลาบราดอร์ หรือ โทรมาที่ 086-3665400 Line ID: greencorner และมาแสดงความคิดเห็นได้ที่ https://www.facebook.com/pages/Greencorner-Labrador-Thailand-66-86-3665400/622952557806200

 

สรรหามาเล่า....ตอนที่ 76
ตะขบ ผลไม้ตระกูลเบอรี่กับสุนัข
Tag: พันธุ์ลาบราดอร์รีทรีฟเวอร์
ชอบ  (1)
  • Baan Hunsa Chihuahua
  • ชอบสิ่งนี้
, View: 950, Comment: 0



Blog ถัดไป »« Blog ก่อนหน้า

กล่องแสดงความคิดเห็น กับกลุ่มเพื่อนที่รักสุนัขทุกท่าน ที่นี่ที่เดียว Dogilike.com

ผู้เยี่ยมชม < Login here! >
ชื่อ*:    Email:     พิมพ์เลขที่เห็น*