[กลับหน้าหลัก]

Blog

  [ Blog ] 19 มิถุนายน 2556

บทที่ 7 : อีกไม่นานก็เช้า
อีกไม่นานก็วันใหม่ และจะไม่เลวร้ายอย่างที่ได้พบเจอในวันนี้
หมวดหมู่:
Tag: พันธุ์บูลล์เทอร์เรีย
ชอบ  (1)
  • tai-k7
  • ชอบสิ่งนี้
, View: 1,976, Comment: 0

Blog ของ

ถังถัง


บทที่ 7 : อีกไม่นานก็เช้า



        3 มิถุนายน 2556 ก่อนไปเยี่ยมถังถัง ฉันตั้งใจว่าจะกลับขึ้นมาอุดรธานีอีกครั้งวันที่ 7 เพราะนกแอร์มีโปรโมชั่น 990 บาท บวกกับแฟนฉันจะเสร็จงานที่พะเยา ขับรถยิงยาวมาเจอกับฉันที่อุดร ก่อนเลยไปทำงานต่อที่มหาสารคามช่วงเวลานั้นพอดี  พอฉันไปถึงคลินิค ดูเหมือนว่าฉันและหมอชูศักดิ์จะมีคำตอบอยู่แล้วในใจ ถังถังดูดีขึ้นมากจริงๆ อย่างน้อยๆหน้าตาก็ดูสดใสขึ้น ฉันบอกหมอตรงๆ ฉันอยากรับถังถังกลับไปดูแล แต่มันช่างเปราะบางจนน่ากลัว ฉันกลัวว่าเวลามันเจ็บปวด หรืออาการทรุดลง ฉันจะไม่สามารถแก้ไขสถานการณ์ได้ และทำให้มันทรมานมากกว่าเดิม

 

 

หมอพยักหน้า คุยกับฉันตรงๆเช่นกัน หมอก็คิดว่าฉันยังไม่สามารถดูแลถังถังได้ในสภาพร่างกายแบบนี้ ในสภาพที่ถังถังยังกินได้ถ่ายไม่ออก ไม่รู้ลำไส้ตรงไหนตีบหรือเปล่า จะเป็นลำไส้กลืนกันมั้ย ปอดบวมยังทรงๆ สภาพโดยรวมหมอให้เปอร์เซนต์ความปลอดภัยที่ 49% เท่านั้น นั่นหมายถึงไข้หัดอาจเข้ามาเยี่ยมและพรากเอาถังถังไปจากฉันได้ในทุกๆวินาที หมอขอดูอีกอย่างน้อยสามสี่วัน



ฉันบอกหมอว่า วันที่ 7 ฉันจะขึ้นมาอุดรอีกครั้ง ถึงวันนั้นถ้าถังถังกลับบ้านได้ ฉันจะได้พากลับไป และหรือหากถังถังอาการดีขึ้นก่อนวันที่ 7 หมอก็จะส่งถังถังขึ้นคาร์โก้นกแอร์กลับมาหาฉัน และ...หากอาการถังถังยังไม่ดีขึ้น ฉันก็ขอแค่มาเยี่ยม แล้วตอนเย็นฉันก็จะบินกลับกรุงเทพ...เพื่อรอคอยต่อไป

             

ฉันลูบหัวถังถัง มันเอาคางมาซบบนมือ แล้วมองหน้าฉันอยู่นาน ฉันจะได้เจอมันอีกไหมนะ...ฉันคิดในใจ อยากจะร้องไห้ แต่ทำได้แค่ลูบหัวมันอีกครั้ง แล้วบอกมันว่าให้แข็งแรงไวๆ จะได้กลับบ้านกัน แล้วออกจากคลินิคมา “จะดูหน้า หน้าก็นวล จวนจะตาย” อย่าให้เป็นอย่างนั้นเลย อย่าเลย...ฉันเก็บความกังวลนี้ไว้จนเดินทางถึงกรุงเทพ

 

 

4 มิ.ย. 56 หมอชูศักดิ์อัพเดทอาการถังถังกับฉันตามปกติ ฟ้าฝนแปรปรวน ถังถังน้ำมูกไหลมากขึ้น และยังอึไม่ได้เหมือนเคย แต่ดูร่าเริงดี ก่อนจะวางสาย หมอไม่ลืมที่จะย้ำกับฉัน โอกาสเสี่ยงต่อไข้หัดยังไม่ลดลงนะ ฉันพยายามทำใจสบายๆ อดทนหน่อย ปล่อยให้เป็นอย่างที่มันจะเป็นไป ถึงจะบอกตัวเองอย่างนั้น แต่การอดทน...รอคอยมันช่างทรมานเสียจริงๆ
 

5 มิ.ย. 56 เช่นเคย ถังถังยังคงมีน้ำมูก อึไม่ได้และดูจะอึดอัด เสียดท้องจนผุดลุกผุดนั่ง หมอเลยสวนก้นให้ หมอบอกว่า ขอแค่หัดไม่เข้ามาแทรกกับแค่ขับถ่ายได้ เพราะอาการปอดบวม รักษากันไปตามสเต็ปอยู่แล้ว

 

6. มิ.ย. 56 ถังถังยังถ่ายเองไม่ได้ น้ำมูกน้อยลง คืนนั้นฉันนอนไม่หลับเกือบทั้งคืน เพราะฉันบินไฟลท์หกโมง ทั้งกลัวตื่นไม่ทัน กลัวขับรถไปผิดทาง จะนั่งแท็กซี่ ถ้าถังถังได้กลับบ้าน ก็คงหาแท็กซี่ที่รับหมาขึ้นรถยากอยู่ ฉันไม่อยากหิ้วกรงถังถังเดินไปมาที่สนามบิน ทั้งกลัวว่า ไปแล้วถังถังอาการไม่ดีขึ้น กังวลไปต่างๆนานา

 

7 มิ.ย.56 มันเป็นหนึ่งวันที่ยาวนานจริงๆสำหรับฉัน ฉันเผลอหลับไปตอนไหนไม่รู้แต่โชคดีที่ตื่นตามเวลา ปัญหาคือ ฉันไม่เคยขึ้นเครื่องบินคนเดียว ไม่เคยขับรถไปสนามบินดอนเมืองเอง ต้องพยายามงมทาง จะขับช้าก็กลัวตกเครื่อง จะขับเร็วก็กลัวไปผิดทาง ฟ้ายังไม่สว่าง และฉันเคยทำเลสิคมา ม่านตาฉันจะมีปัญหาน่ากวนใจเล็กน้อย เวลาเจอไฟในที่มืด ไฟจะจ้ามากกว่าปกติ จึงต้องตั้งสติ(ที่กำลังจะแตกอยู่แล้ว)ให้มั่นๆ ถนนบางช่วงที่ขับผ่านกำลังซ่อมบำรุงทาง ฉันเบรคไม่ทันรถกระแทกหลุมก็หลายครั้งอยู่ ฉันเครียดจนรู้สึกได้ถึงอาการเกร็งจากขมับลงมาถึงไหล่

 

ตอนฉันไปถึงสนามบินดอนเมือง อีก 20นาทีเกทจะปิด แต่ฉันต้องวนไปหาที่จอดรถ มือฉันเกร็ง จับพวงมาลัยแน่นจนเหงื่อออก รู้สึกโมโหตัวเองที่ไม่นั่งแท็กซี่มา พอขับเข้าไปในที่จอดรถ ฉันพบว่ามีรถอยู่คันนึงจอดขวางทาง ฉันต้องถอยรถและวนเข้าไปในอีกซอยนึง พอจอดรถเสร็จ วิ่งขึ้นมาถึงบริเวณเช็คอินผู้โดยสารขาออก ฉันมองนาฬิกา อีก 5 นาที...ต่อให้ฉันเป็นนักวิ่งทีมชาติ ยังไงก็คงวิ่งไปไม่ทันอยู่ดี ความเหนื่อย เครียด เกร็งทั้งหมดกดลงให้ฉันเข่าอ่อน ฉันพยายามข่มอารมณ์ไม่ให้น้ำตาไหล ทำยังไงต่อดีนะ? ขับรถกลับบ้าน? มันง่ายดายขนาดนั้นจริงๆเหรอ?

 

ฉันถามเคาท์เตอร์นกแอร์ ไฟลท์ถัดไปกี่โมง เจ้าหน้าที่แจ้งเวลา 10 โมง มันช้าเกินไป ฉันเดินลากขา ลากขาจริงๆค่ะ มันเหมือนหมดแรง หมดสิ้นกับความตั้งใจที่มี ฉันเดินผ่านเคาท์เตอร์แอร์เอเชีย ไม่รู้อะไรดลใจให้ฉันเดินเข้าไปถาม ไฟลท์กรุงเทพ-อุดร ที่เร็วที่สุดออก 7.10 น. ฉันกะว่าจะโทรปรึกษาแฟนดูก่อน แต่สอบถามเจ้าหน้าที่แอร์เอเชียได้ความว่า ถ้าจะซื้อตั๋ว ซื้อได้ถึง 6.10 น. ฉันมองนาฬืกาข้อมือ...6 โมง 7 นาที....ฉันยื่นบัตรประชาชนซื้อตั๋วในตอนนั้นเอง และเพราะฉันจะเดินทางกลับในวันเดียวกัน เลยไม่มีสัมภาระอะไร จึงเช็คอินผ่านตู้ได้เลย

 

ฉันรีบเดินไปที่เกท ทิ้งตัวลงบนเก้าอี้อย่างหมดแรง พยายามสูดลมหายใจลึกๆช้าๆ เพื่อให้อาการเหนื่อยหอบเบาบางลง ทั้งโล่งใจ ทั้งเหนื่อย ปะปนกันไปหมด เหมือนพลังชีวิตของวันนี้หมดไปแล้วครึ่งนึง พอได้พัก ได้หายใจลึกๆ ความกังวลก็เข้ามาแทนที่ วันนี้ฉันจะต้องกลับบ้านคนเดียวรึเปล่านะ? 



             ฉันมองไปรอบๆตัว ผู้ร่วมไฟลท์บ้างก็เป็นนักท่องเที่ยว บ้างก็เป็นคนพื้นที่ (แอบได้ยินเค้าคุยกัน
-_-)  ฉันล่ะ? เดินทางโดยเครื่องบินคนเดียวครั้งแรก ขับรถเหมือนตัวเองเล่น Fast & Furious อยู่ครั้งแรก มันน่าแปลก...ที่ชีวิตน้อยๆชีวิตนึงมอบการเรียนรู้ให้ฉันมากมายขนาดนี้ ได้เวลาขึ้นเครื่อง ฉันนั่งลงบนที่นั่ง 19B  (ซึ่งก็งงๆ ทำไมเจ้าหน้าที่บุคที่นั่งให้ฉันตรงกลาง ซ้ายก็ว่าง ขวาก็ว่าง คือฉันนั่งคนเดียวในแถวนั้น) อีก 50 นาทีเท่านั้นเอง จากกรุงเทพถึงอุดร มันเป็น 50 นาทีที่ยาวนานเหลือเกินสำหรับฉัน...อีกอึดใจ เราจะเจอกันแล้วนะ...ถังถัง




To Be Continued...


 

บทที่ 7 : อีกไม่นานก็เช้า
อีกไม่นานก็วันใหม่ และจะไม่เลวร้ายอย่างที่ได้พบเจอในวันนี้
Tag: พันธุ์บูลล์เทอร์เรีย
ชอบ  (1)
  • tai-k7
  • ชอบสิ่งนี้
, View: 1,976, Comment: 0

Blog ของ

ถังถัง



Blog ถัดไป »« Blog ก่อนหน้า

กล่องแสดงความคิดเห็น กับกลุ่มเพื่อนที่รักสุนัขทุกท่าน ที่นี่ที่เดียว Dogilike.com

ผู้เยี่ยมชม < Login here! >
ชื่อ*:    Email:     พิมพ์เลขที่เห็น*