[กลับหน้าหลัก]

Blog

  [ Blog ] 10 กุมภาพันธ์ 2556

การเตือนสุนัขให้รู้เมื่อทำผิด
Cr:Yoja&Jiji
หมวดหมู่:
Tag: พันธุ์มิเนเจอร์พินช์เชอร์
ชอบ  (2)
  • aimilybetty
  • MooPuy
  • ชอบสิ่งนี้
, View: 1,505, Comment: 1

Blog ของ

เปกัส (Pegus)

"การฉก"...... ตักเตือนสุนัขเมื่อทำผิด...... ให้ได้ผล ต้องทำอย่างไร ?

การฉก เปรียบเหมือนการกัดเตือน (Warning bite) เวลาที่สุนัขจ่าฝูง หรือ สุนัขที่มีตำแหน่งขั้นสูงกว่า กัดตักเตือนสุนัขที่มีตำแหน่งต่ำกว่าเมื่อทำผิดกฎ การกัดเตือน ไม่ทำให้เกิดการบาดเจ็บ ผิวไม่ทะลุ ไม่ถลอกใดๆทั้งสิ้น แต่จะทำด้วยพลังงานที่จริงจังแน่วแน่ ไว และ หนักแน่น สุนัขลูกฝูงจะหยุดพฤติกรรมที่ไม่เป็นที่ต้องการของจ่าฝูงโดยทันที เวลาถูกกัดเตือน สุนัขที่ถูกกัดเตือนอาจส่งเสียงร้อง แว๊ก (Surprise sound ) มาหนึ่งที นั้นไม่ใช่เสียงที่เจ็บ แต่เป็นเสียงตกใจ และ สติจะกลับมาสู่ภาวะสมดุลดังเดิม ทำให้สุนัขเลิกทำพฤติกรรมนั้นๆ และ เข้าใจว่าการกระทำดังกล่าว จ่าฝูงไม่ยอมรับ

การกัดเตือน จะเห็นได้บ่อยเมื่อแม่สุนัขตักเตือนลูกสุนัข ไม่มีลูกสุนัขตัวไหนไส้ทะลัก หรือ ตาย จากการกัดเตือน แต่เป็นการสอนกฎจากแม่สุนัข

การตักเตือนสุนัขเมื่อสุนัขทำพฤติกรรมที่เราไม่เห็นด้วย เราสามารถเลียนแบบการกระทำที่สุนัขกระทำกันตามธรรมชาติและ ดัดแปลงมาใช้ได้ เพื่อให้สุนัขเข้าใจ และ รู้ในสิ่งที่เราต้องการ ถือเป็นการใช้จิตวิทยาสุนัขมาแก้ปัญหาพฤติกรรมสุนัข การเลียนแบบที่กล่าว ไม่ใช่ใช้ปากเราไปกัดที่คอสุนัข แต่เราใช้มือและนิ้วของเราเลียนแบบปากสุนัขแทน

จุดประสงค์ของการฉก คือ การเรียกความสนใจสุนัข ให้กลับมาสนใจที่เรา จากที่เขากำลังมองเพ่งสิ่งอื่น เราก็สะกิดให้เขากลับมามองเรา เหมือนการสะกิดแขน ให้คนที่เราต้องการเรียกหันกลับมามอง ไม่ได้ต้องการให้เกิดการบาดเจ็บแต่อย่างใด


การใช้มือเลียนแบบ เป็นปากสุนัข ให้นึกถึง "ปอปหยิบ" ทำมือแบบนั้น อาจกางนิ้วทั้งสี่ออกจากกัน แต่ถ้าใครนิ้วไม่แข็งแรง ให้นิ้วทั้งสี่ติดกันจะทำให้เสริมความแข็งแกร่งได้ หลังจากนั้นก็เตรียม "ฉก" ได้


ใช้นิ้วทั้งสี่ จิ้มไปที่สีข้าง หรือ ข้างๆต้นคอ ให้เขาสะดุ้ง และ หยุดพฤติกรรมที่ทำอยู่ทันที ไม่แรงถึงขนาดเจ็บ แต่ให้รู้สึกสะดุ้ง (ถ้าสุนัขพันธุ์เล็กอย่างชิวาวา ก็ใช้ 2 นิ้ว หรือ 3 นิ้วแทน)

ทำทุกครั้งที่เกิดพฤติกรรมที่เราไม่ต้องการ ไม่ว่าจะเห่า กัด ขู่ ใช้ได้หมด ถ้าฉกแล้วน้องหมายังไม่หยุดพฤติกรรมที่กระทำอยู่ แปลว่าเราฉกเบาไป หรือ ไม่ถูกตำแหน่ง หรือ จังหวะไม่ดี (ต้องฝึกฉกบ่อยๆ แล้วจะรู้จังหวะ และ รู้จักใช้แรงที่เหมาะสม)

ถ้าการฉกสำเร็จ ฉกหนึ่งครั้ง น้องหมาจะหยุดพฤติกรรมทันที และจะหันมามองเรา หรือ นั่งลงทันที ถ้าจะให้ดี น้องหมาจะร้อง "แว๊ก" หนึ่งทีเมื่อฉกเรียกว่า Surprise sound การฉกนั้นจะสมบูรณ์มาก น้องหมาจะรู้ว่าเราต้องการเตือนอะไร เพราะเค้าคุ้นเคยการเตือนแบบนี้ในโลกของสุนัข และ ไม่ต้องพูดอะไรทั้งสิ้น แค่ฉก แล้วดำเนินกิจกรรมต่อไป ไม่ต้องกลัว หรือ รู้สึกผิด

ถ้าขณะฉก เรารู้สึกผิด หรือ รู้สึกไม่ดีกับการฉก หรือ กลัวเขาเจ็บ จะทำให้การฉกล้มเหลวทันที แล้วสุนัขจะกัดสวนมือ หรือ ก้าวร้าวไล่กัดมือ หรือ ดื้อกว่าเดิม หรือ ไม่สะทกสะท้านใดๆ ถ้าจะฉกเราต้องอารมณ์นิ่งๆ เฉยๆ หัวโล่งๆเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

การตักเตือนสุนัขที่ได้ผล ประกอบด้วย

1 สำคัญที่สุด พลังจิตใจ ขณะตักเตือนสุนัข ต้องสุขุม หนักแน่น แน่วแน่ (เป็นพลังของจ่าฝูงที่สมบูรณ์)

แต่ถ้าเรามีอารมณ์โมโห หงุดหงิด อาย เพื่อนบ้าน ดุก้าวร้าว กลัว ลังเล เร่งรีบ เสียใจ ฯพลังเหล่านี้ไม่ใช่พลังของจ่าฝูง เป็นพลังของความอ่อนแอ หรือ จ่าฝูงที่เสียสติ (จ่าฝูงที่ไม่เหมาะสมที่จะเป็นจ่าฝูง) เมื่อสุนัขรู้ว่าเราอ่อนแอ เสียสติ เราก็จะไม่ใช่จ่าฝูงของเขาอีกต่อไป เขาจะไม่เชื่อฟัง ไม่สนใจในการเตือนของเรา เขาจะมองว่าเราเป็นลูกน้องเขาทันที ไม่มีลูกน้องคนไหนที่จะเคารพจ่าฝูงที่เสียสติมีอารมณ์แปรปรวน

ข้อนี้สำคัญมาก คนส่วนใหญ่เตือนสุนัขไม่สำเร็จ เพราะข้อนี้ไม่ผ่าน ไม่ว่าจะเทคนิคดีขนาดไหน จังหวะแม่นอย่างไร แต่อารมณ์ไม่นิ่ง ทุกอย่างล้มเหลวในพริบตา

2 Timing หรือ จังหวะ สำคัญเช่นกัน

ต้องตักเตือนขณะที่สุนัขกำลังทำพฤติกรรมนั้นๆอยู่ ถ้าเกินไป 4 วินาที สุนัขจะไม่เข้าใจ และ ไม่สามารถเชื่อมโยงการกระทำที่เราไม่ต้องการกับการทำโทษของเราได้

ถ้าจะให้ดี ต้องเตือนเมื่อเขาเริ่มกำลังจะทำพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เช่น ต้องการห้ามสุนัขไม่ให้เห่า ต้องเตือนเมื่อสุนัขเริ่มจะเห่า เช่น มีการหุบปาก คิ้วขมวด ตาแข็ง หูตั้ง ตาจ้อง เมื่ออาการเหล่านี้เกิด ก็จัดการตักเตือนได้เลย และการเห่าจะไม่ตามมา แต่คนส่วนใหญ่มักเตือนเมื่อสุนัขเห่าไปแล้ว การเตือนมักล้มเหลว และทำให้สุนัขไม่เลิกเห่า (นั่นถึงเป็นที่มาคำพูดที่ว่า ห้ามหมาไม่ให้เห่า เป็นเรื่องที่ห้ามไม่ได้ หรือมักอ้างว้าเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่จริงๆแล้วเป็นเรื่องที่ห้ามได้สอนได้ และทั้งสามตัวที่บ้านผู้เขียนไม่เห่าเลย)

จังหวะการเตือน ก็ขึ้นอยู่กับสุนัขแต่ละตัวว่าอาการเริ่มๆก่อนที่จะเกิดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์เป็นอย่างไร ผู้เลี้ยงก็ต้องหัดสังเกตสุนัขของตน และต้องหูไว ตาไว จะได้เตือนทัน

3 แรงฉกที่เหมาะสม สำคัญเช่นกัน สุนัขบางตัวล่ำบึก เราฉกเบาๆ ก็คล้ายแค่เกาเขาให้จั๊กจี๋ ซึ่งเขาจะไม่รู้สึกเลยว่าเรากำลังกัดเตือนอยู่ ยิ่งสุนัขกำลังอยู่ในอารมณ์ก้าวร้าว หรือ หมกมุ่นกับบางอย่าง หรือ กำลังสนใจบางอย่างอยู่ เขาจะไม่รู้สึกเจ็บอะไรทั้งสิ้น และไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น (หูบอด เราตะโกนเท่าไรก็ไม่ได้ยิน) การฉกก็ต้องแรงตามไปด้วย ถ้าสุนัขที่อยู่ในภาวะสบายๆ ออกแรงฉกเพียงเล็กน้อย ก็เรียกความสนใจจากสุนัขได้

บางรายฉกเบาไป หรือ โหย่งๆมือ ลับๆล่อ แบบ งักๆเงิ่นๆ หรือไว้เล็บยาวกลัวเล็บเสีย ทำให้สุนัขคิดว่าเรางับเล่น ชวนเขาเล่น เขาเลยหันกลับมางับมือเราแทน การฉกคือการเซอร์ไพร์สสุนัข เพราะฉะนั้นต้องไว ถ้ามัวแต่ตั้งท่าตั้งมือจนเขารู้ตัว เขาก็หลบทัน แถมจะกระโดดงับมือที่เป็นเป้าล่อเสียเอง เพราะฉะนั้น ฉกคือฉก ไม่ต้องคิดมาก ไม่ต้องตั้งท่า

ทดลองฉกได้ตามใจชอบ ลองฉกในความแรงต่างๆกัน ถ้าการฉกครั้งไหน ทำให้สุนัขหันกลับมามองเรา หรือ สุนัขนั่งลงทันที และ หยุดพฤติกรรมนั้นๆที่เขากำลังทำอยู่ แปลว่าแรงฉกประมาณนี้ได้ผล ให้จำแรงนี้ไว้ และ นำไปใช้ในการฉกครั้งต่อๆไป

4 ตำแหน่งในการฉก ให้ฉกที่สีข้างเอว หรือ ข้างๆคอสุนัข

--------------------

ถ้าใครยังทำไม่สำเร็จ ทำไมฉกแล้วสุนัขยังคึกยังดื้ออยู่ ทำไมสุนัขหันมางับมือ ก่อนที่จะโทษว่าวิธีไม่ดี ทำแล้วไม่สำเร็จ โปรดพิจารณาการฉกของเราก่อนว่า ได้ทำถูกต้องหรือยัง ทำไมคนอื่นทำสำเร็จแล้วเราถึงทำไม่สำเร็จ ก็ต้องมาหาข้อบกพร่องของตนเองให้ได้

ต้องถามตัวเองว่า.....
ภาวะ อารมณ์เราเป็นอย่างไร นิ่งไหม ถ้ามีความโมโหหงุดหงิดเพียงนิด เราจะล้มเหลวในการฉกทันที เราสังเกตอาการสุนัขตอนเริ่มมีอาการแรกๆแม่นไหม เพราะเราต้องฉกตักเตือนทันทีแค่เสี้ยววินาทีที่สุนัขเริ่มมีอาการ ถ้าช้าไปไม่กี่วินาที การฉกก็ล้มเหลวแล้ว เราไว้เล็บยาวหรือไม่ เราต้องตัดเล็บสั้นเพื่อประสิทธิภาพในการฉกและการลงแรง เพราะเล็บที่ยาวจะไปจิกเนื้อเขา และเราก็ห่วงแต่เล็บสวยๆของตัวเองทำให้ไม่กล้าฉก ถ้าชักช้าเพียงนิดการฉกก็ล้มเหลวทันที เราฉกไวหรือไม่ แรง จังหวะ บริเวณที่ฉกสามารถทำให้สุนัขสะดุ้งได้ไหม ถ้าทำให้สุนัขสะดุ้งหรือหันกลับมามองเราไม่ได้ ก็ต้องกลับไปฉกใหม่ กลับไปฝึก แปลว่าเรายังมีข้อบกพร่องในการฉกอยู่


การฉก ก็คือการเลียนแบบการงับเตือนของสุนัขเวลาสุนัขตักเตือนกัน นั่นแหละที่มาของการฉก


จะฉกให้สำเร็จ ต้องทำให้สุนัขสะดุ้ง ถ้าสังเกตสุนัขเวลาฉกกันหรือเวลาสุนัขหันมางับสุนัขอีกตัวจะไวมาก แค่เสี้ยววินาที ไม่มีการรอ ไม่มีการขอโทษกัน ไม่มีการงักๆเงิ่นๆ ไม่มัวแต่หาตำแหน่งว่าจะฉกปากไปที่บริเวณใดของสุนัขอีกตัว ไม่มานั่งสงสารเห็นใจสุนัขอีกตัวที่กำลังจะถูกฉก ไม่มีการตั้งท่า หรือ มัวแต่จัดระเบียบปากก่อนฉก ถ้าเขาจะงับ จะฉก เขาฉกเลย ทำเลย ขนาดเรายังดูไม่ทัน หรือ ขนาดเราเห็นยังตกใจแทน แล้วฉกเดี่ยวอยู่เลย เราต้องสังเกตอาการสุนัขที่ทำการตักเตือนเป็นตัวอย่าง จะได้เห็นภาพ เพราะฉะนั้นเราต้องไวขนาดนั้น สุนัขเริ่มทำผิดแค่เสี้ยววินาทีเราก็ฉกได้เลย และต้องไว ต้องแรงพอที่ทำให้สุนัขสะดุ้ง ถึงจะได้ผล
แต่คนส่วนใหญ่ timing ผิด ไม่ไวพอ สังเกตสุนัขไม่ทัน ทำให้เราฉกช้าไป ไม่ทันในช่วงเสี้ยววินาที แถมกล้าๆกลัวๆ ไม่กล้าฉก แทนที่จะฉกเลยกลายเป็นผลักเป็นดันสุนัขแทน นั่นเองทำให้เราต้องค้างมือไว้บนตัวสุนัขนานเกินไปจึงทำให้สุนัขกัดสวนมือเรากลับ และจะเตือนสุนัขไม่สำเร็จ

เพราะฉะนั้นการฉกจึงเป็น การตักเตือนที่สุนัขเข้าใจ และ ถ้าเราทำได้ถูกต้อง จะเป็นอาวุธสำคัญในการที่เราจะใช้ต่อกรกับสุนัข เราสามารถใช้การฉกเพื่อตักเตือนสุนัขที่มีปัญหาพฤติกรรมได้ทุกกรณีเลย และ การฉกจะไม่เป็นการทำร้ายสุนัข ไม่เป็นการทำลายความไว้ใจที่สุนัขมีต่อเรา และไม่ทำให้สุนัขเจ็บแต่อย่างใด ไม่เหมือนการตีสุนัข การตีสุนัขมีแต่ข้อเสียตามมา


Dog Behavior;การตีสุนัข ดีหรือไม่ดี?
http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=yojajiji&month=22-03-2010&group=7&gblog=38

---------------------------------
ยกตัวอย่างสถานการณ์

“ฉก” เพื่อแก้สุนัขกัดมือ หรือ กัดสวนมือขณะฉก

เรื่องสุนัขกัดมือ หรือ หันมากัดสวน เราต้องรีบแก้ไขโดยเร็ว แปลว่าเขายังเรียนรู้ไม่100%ว่า "ห้ามกัดมนุษย์ไม่ว่าจะเหตุผลใดๆก็ตาม" เขาอาจรู้เพียงว่า กัดมนุษย์ไม่ดี แต่ถ้าเมื่อไหร่เขาถูกขัดใจ หรือ เราทำให้เขาเจ็บโดยบังเอิญ เขายังกัดเราได้ แต่ถ้าเราสอนจนเขารู้ว่า ห้ามกัดมนุษย์ในทุกกรณี สุนัขก็จะระงับปากไม่ให้กัดเราได้แม้ในสถานการณ์ที่เขาเจ็บหรือตกใจ
ถ้าเรารู้ว่าจังหวะไหน เหตุการณ์ไหนสุนัขจะกัดสวนแน่ๆ เราต้องจำลองเหตุการณ์นั้นขึ้นมา เพื่อที่เราจะได้มีโอกาสตักเตือน เช่น ถ้าเราฉกเขา เขาจะงับมือเรา หรือ เล่นกับเราเพลินๆแล้วเผลองับมือเรา
ฝึกตามลำดับดังนี้

ขั้นตอนหนึ่ง

-ถ้าเราถนัดฉกมือขวา ให้เอามือซ้ายล่อไว้ข้างๆปากของสุนัข แล้วเราฉกเขาด้วยมือขวา ถ้าฉกแล้วหัวเขาหันมาจะงับมือซ้ายแต่ยังไม่งับ เราก็ต้องตักเตือนด้วยเสียงก่อน จนเขาหัวนิ่ง แล้วลองฉกใหม่ ถ้าเขาหันจะมางับมือซ้ายอีก ให้เราเตือนด้วยเสียงอีก เราทดลองฉกพร้อมกับเตือนด้วยเสียงจนกว่า หัวของเขาไม่มีการหันมางับมือซ้าย
ขั้นตอนนี้เป็นการฝึก "หักห้ามใจในการงับ" ถือเป็นการแสดงให้เขารู้ว่าเราก็ไม่กลัวปากเขาเหมือนกัน ที่สำคัญ ขณะฝึกเราห้ามชักมือซ้ายหนีเด็ดขาด

ขั้นตอนสอง

-ฝึกการตักเตือนขั้นเข้มข้นขึ้น ให้เอามือซ้ายล่อไว้ข้างๆปากของสุนัขเหมือนเดิม ให้ลองเคลื่อนมือซ้ายไวๆผ่านแถวๆปากของสุนัขเพื่อกระตุ้นให้เขางับ ถ้าเขามองตามมือซ้ายแบบเตรียมไล่งับ ให้เราฉกด้วยมือขวาสวนกลับทันที ทดลองเคลื่อนมือซ้ายใหม่ ถ้าเขางับอีกเราก็ฉกอีก ทำอย่างนี้จนกว่าเขาไม่มองตามมือ ไม่งับมือ และทำจนเขาไม่สนใจมือซ้ายที่เคลื่อนไหว
ขั้นตอนนี้เป็นการฝึก "หักห้ามใจและหยุดสัญชาตญาณการไล่ล่าสิ่งที่เคลื่อนไหว(มือ)" เพราะการที่เขางับสวนมือ เพราะมือนั้นเคลื่อนไหวไปมา ทำให้ไปกระตุ้นสัญชาตญาณการไล่ล่า(มือ)ได้

-เมื่อฝึกทั้งสองขั้นตอนจนเขาไม่มีการงับแล้ว แปลว่าเขาเรียนรู้แล้วว่าห้ามงับมนุษย์ แต่ถ้าวันดีคืนดีเขาเผลองับเรา อันนี้แปลว่าเขาตั้งใจจะแหกกฎและท้าทาย เราต้องตักเตือนทันที จะใช้เสียงเตือนหรือฉกเตือนก็ได้ หรือใช้วิธีการเตือนที่เข้มข้นที่สุด ก็คือ การจับกด เลือกใช้แล้วแต่สะดวก ความพร้อม และตามความเหมาะสมกับสถานที่ เพราะถือว่า เราได้สอนกฎไปแล้ว เขาได้ผ่านกระบวนการเรียนรู้แล้ว ถ้ายังทำอีก เขาต้องถูกตักเตือน

คำเตือน ; การฝึกข้างต้น ใช้ได้กับกรณีสุนัขที่ยังไม่มีความก้าวร้าว และ ใช้ได้กับเจ้าของที่มั่นใจว่าคุมสถานการณ์ได้ และ ใช้ได้ดีกับการฝึกลูกสุนัข
แต่ถ้าสุนัขที่มีความก้าวร้าวสูง พละกำลังการกัดสูง และ เราไม่มั่นใจในสถานการณ์ว่าจะคุมอยู่หรือไม่ ไม่ควรทำเพราะจะอันตรายและอาจทำให้เราถูกกัดได้

สรุป
การฉกที่ผิด…..จะพบว่า
-สุนัขยังดื้อเหมือนเดิม ยังสนใจในสิ่งกระตุ้นอยู่ ยังคึกอยู่ หรือยังคงทำพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมขณะที่เราฉก หรือ เพิ่งฉกเสร็จ
-สุนัขหันมาเล่นด้วยแทน
-สุนัขหันกลับมากัดมือสวนทันที

……..ถ้าฉกผิด ต้องกลับมาพิจารณาข้อผิดพลาด
-ฉกถูกตำแหน่งไหม
-แรงพอเหมาะไหม เบาไปหรือเปล่า
-ฉกถูกจังหวะไหม เช่น สุนัขวิ่งไล่รถ ต้องฉกก่อนสุนัขจะพุ่งทะยาน เช่น เริ่มหูตั้ง ตาจ้อง โน้มตัวไม่ด้านหน้าเตรียมพุ่ง เมื่อนั้นก็ฉกได้ทันที ถ้าฉกหลังจากนี้ มักช้าไป ทำให้การฉกไม่สำเร็จ และพฤติกรรมจะไม่หาย
-พูดโวยวาย หรือเปล่า จำไว้ว่า ฉกคือฉก ไม่ต้องพูดให้เสียพลัง ถ้าพูดก่อนฉก การฉกมักช้าไป อย่ามัวเสียเวลาในการพูด เพราะสุนัขไม่เข้าใจ และไม่ได้ยิน เพราะเขาจะหูบอดเมื่อเขาอยู่ในภาวะอารมณ์เพ่งสนใจต่อสิ่งกระตุ้น
-ภาวะอารมณ์นิ่ง สงบ แน่วแน่ จริงจังไหม
ถ้าทำแบบกล้าๆกลัว หรือ ทำแบบขอไปทีไม่ตั้งใจทำ ไม่จริงจัง หรือ อาย หรือ โมโห ถ้ามีภาวะอารมณ์ที่ไม่นิ่งแบบนี้ แม้เราจะทำทุกอย่างถูกขั้นตอนหมด สุนัขก็จะไม่เชื่อฟังและไม่หาย เพราะเราตักเตือนขณะภาวะอารมณ์ที่ไม่ใช่ผู้นำ เพราะฉะนั้นสุนัขก็จะไม่ยอมเป็นผู้ตาม
การเตือนสุนัขให้รู้เมื่อทำผิด
Cr:Yoja&Jiji
Tag: พันธุ์มิเนเจอร์พินช์เชอร์
ชอบ  (2)
  • aimilybetty
  • MooPuy
  • ชอบสิ่งนี้
, View: 1,505, Comment: 1

Blog ของ

เปกัส (Pegus)



Blog ถัดไป »« Blog ก่อนหน้า

กล่องแสดงความคิดเห็น กับกลุ่มเพื่อนที่รักสุนัขทุกท่าน ที่นี่ที่เดียว Dogilike.com

ผู้เยี่ยมชม < Login here! >
ชื่อ*:    Email:     พิมพ์เลขที่เห็น*

ความคิดเห็นของกลุ่มเพื่อนที่รักสุนัขทุกท่าน ที่นี่ที่เดียว Dogilike.com

chewfoung < Profile >   [ IP : 110.171.33.56 ]
วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2556 [09:50]   Email / Msn: panisarah(แอท)gmail.com

ดีมากกกก เลยค่ะ โดนลูกสาวกัดจนมือลายไปหมดแล้ว จะได้เอาไปลองค่ะ
ชอบ  (0)