[กลับหน้าหลัก]

Blog

  [ Blog ] 14 มีนาคม 2556

ภัยจากโรคพิษสุนัขบ้าสถิติยังไม่ลดอย่าประมาทฉีดวัคซีนดูแลให้ถูกวิธี
เรียบเรียงบทความโดย น.สพ.ชูศักดิ์ เชาวน์วิวัฒน์
หมวดหมู่:
Tag: พันธุ์ชิวาวา, พันธุ์มิเนเจอร์พินช์เชอร์
ชอบ  (1)
  • wan  weera
  • ชอบสิ่งนี้
, View: 1,428, Comment: 0

Blog ของ

อเมซ

เปกัส (Pegus)

ภัยจากโรคพิษสุนัขบ้าสถิติยังไม่ลดอย่าประมาทฉีดวัคซีนดูแลให้ถูกวิธี เรียบเรียงบทความโดย น.สพ.ชูศักดิ์ เชาวน์วิวัฒน์ สถานพยาบลาลสัตว์ปฏิญญาสัตวแพทย์ 081-739-0937 (09.00-19.00 น.) ในกระบวนความบ้า และคลุ้มคลั่งที่แลดูน่าสังเวชที่สุด เห็นจะไม่มีอะไรบ้าได้สยดสยองเกินไปกว่าความบ้าที่เกิดจากโรคพิษสุนัขบ้าแน่ ยิ่งเมื่อพูดถึงความตายอย่างทุกข์ทรมานซึ่งแฝงมาเงียบๆ กับ น้ำลายของสัตว์หน้าขน จำพวกสุนัขด้วยแล้ว ยิ่งทำให้หลายคนพาสุนัขตัวเองไปฉีดหยูกฉีดยาหาวัคซีนป้องกันให้รู้แล้วรู้รอดกันไป สุนัขบ้าน่ากลัวมากที่สุด เพราะสามารถทำให้คนตายได้ แต่ก็อีกนั่นแหละถ้าไม่มีใครสักคนที่เชื่อถือได้ กำลังจะบอกกับท่านว่า วัคซีนที่ใช้ฉีดให้กับสุนัขตัวโปรดของท่านนั้น ไม่แน่เสมอไปว่าจะมีประสิทธิภาพเป็นเกราะป้องกันพิษร้ายที่อาจเกิดขึ้นกับมัน จนทำให้กลายเป็นสุนัขบ้าไปในที่สุด ท่านเองคงไม่สบายใจนัก และอยากรู้ต่อไปว่า เพราะเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น เพื่อให้คำตอบเรื่องนี้เป็นที่เชื่อถือยิ่งขึ้น เราจึงขอพาท่านไปหาคำตอบจากศาสตราจารย์นายแพทย์ ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ศาสตราจารย์หนุ่มผู้ขลุกอยู่กับเรื่องนี้มานานนับปี ที่สถานเสาวภา และคณะแพทย์ศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยคุณหมอเป็นผู้ให้รายละเอียดของงานวิจัยชิ้นนี้ใหม่ที่ค้นพบครั้งนี้ว่า ภาพสุนัขบ้าในต่างประเทศ ซึ่งก็คงเห็นได้ว่าในต่างประเทศก็มีปัญหาเรื่องนี้เหมือนกันหากสุนัขไม่ได้รับการทำวัคซีนที่ถูกต้อง “จากการติดตามสถานการณ์โรคพิษสุนัขบ้าในช่วงระยะเวลา 6 ปี ที่ผ่านมาของกองวิทยาศาสตร์สถานเสาวภา เราได้พบว่า สุนัขและสัตว์ต่างๆที่มีผู้นำมาตรวจหาเชื้อ(เช่น แมว ลิง หรือ สัตว์เลี้ยงอื่นๆ บางชนิด ที่สามารถแพร่เชื้อพิษสุนัขบ้าไปสู่คนได้) ไม่ได้มีจำนวนลดลงเลย โดยในปีหนึ่งๆ จะมีการตรวจหัวสุนัขและสัตว์ต่างๆประมาณ 4,000-5,000 ราย ซึ่งพบว่าสัตว์เหล่านั้นเป็นโรคสุนัขบ้าไม่ต่ำกว่า 50 เปอร์เซนต์ จากข้อมูลตัวเลขตามความเป็นจริงเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่าการควบคุมสถานการณ์ของโรคในสุนัขยังไม่ได้ผลเต็มที่นั่นเอง” ศาสตราจารย์นายแพทย์หนุ่มผู้นั่งอยู่ในฐานะผู้ช่วยผู้อำนวยการกองวิทยาศาสตร์สภากาชาดไทย และผู้อำนวยการศูนย์วิจัยร่วมองค์การอนามัยโลกเกี่ยวกับการศึกษาเรื่องโรคพิษสุนัขบ้า แฟ้มตัวเลขที่ไม่มีใครล่วงรู้กันมากนักสู่กันฟัง ป้ายโปสเตอร์รณรงค์การระวังสุนัขบ้าจาก WHO “ที่แย่ไปกว่านั้น พบว่าขณะนี้3-9% ของสุนัขทั้งหลายที่ถูกนำมาตรวจและพบว่าเป็นบ้า ล้วนแต่เคยมีประวัติได้รับวัคซีนมาแล้วใน 1-2 ปี ทั้งนั้น นับแต่ปี2529 เป็นต้นมา จากประสบการณ์ของกองวิทยาศาสตร์ฯ ร่วมกับโรงพยาบาลบำรุงราศนราดูร พบว่ามีผู้เสียชีวิต 3 ราย มีสาเหตุมาจากถูกสุนัขซึ่งได้รับวัคซีนอย่างสม่ำเสมอทุกปีกัด โดยผู้ป่วย 2 รายนี้ถูกสุนัขดังกล่าวกัดไม่ได้ฉีดยาป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า เพราะคิดว่าคงไม่เป็นอะไร ส่วนผู้ป่วยอีกรายเริ่มฉีดยาป้องกันในวันเดียวกับที่สุนัขมีอาการผิดปกติ แต่เนื่องจากฉีดช้าไป 5 วัน หลังถูกกัด จึงเสียชีวิตในที่สุด “จากเหตุผลข้างต้น ทำให้ผมและเพื่อนร่วมงานเริ่มทำการศึกษาเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพื่อให้ทราบว่าวัคซีนที่ใช้ในสุนัขนั้นสามารถสร้างเสริมภูมิคุ้มกันได้จริงหรือไม่ โดยได้เริ่มทำการศึกษาตั้งแต่เดือนมีนาคม 2532 และแล้วเสร็จในเดือนมิถุนายน 2533 โดยการนำของนายสัตวแพทย์วีระ เทพสุเมธานนท์ นายสัตวแพทย์ชัยพร ผลสุวรรณ นายสัตวแพทย์บุญเลิศ ล้ำเลิศเดช และ นางผกามาศ ขาวปลอด นักวิทยาศาสตร์ผู้ร่วมทีมงาน โดยคณะผุ้ศึกษาวิจัยได้ใช้วัคซีน จากต่างประเทศที่มีใช้กันอย่างแพร่หลาย และผ่านการตรวจสอบประสิทธิภาพความแรงของวัคซีนจากองค์กรอนามัยโลก มาฉีดให้แก่สุนัขพันธุ์ผสมที่เลี้ยงตามบ้าน ซึ่งเป็นสุนัขที่ไม่เคยได้รับวัคซีนมาก่อนเป็นจำนวนมาก 54 ตัว นอกจากนั้นสุนัขดังกล่าวยังมีสุขภาพดี และมีอายุมากกว่า 3 เดือนขึ้นไปทุกตัว” ภัยใกล้ตัวที่เจ้าของสุนัขเป็นผู้สร้างขึ้นมาเอง เนื่องจากขาดการพาไปฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้า “จากการติดตามผลเป็นระยะเวลาถึง 1 ปีเต็ม พบว่าภายใน 14 วัน หลังฉีดวัคซีนดังกล่าวเข้าไปในสุนัข มีสุนัขถึง 4% ในจำนวนนั้นไม่ปรากฏภูมิคุ้มกันขึ้นในน้ำเหลือง และที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้นก็คือ 2 เดือนหลังการฉีด เราเริ่มพบว่ามีสุนัข 12% ซึ่งภูมิคุ้มกันเคยขึ้นในระยะแรกกลับหายไปหมดและ จำนวนดังกล่าวเพิ่มเป็น 26% เมื่อถึงครึ่งปี ตามด้วย42% เมื่อครบหนึ่งปี” ภาพร่างกายมนุษย์เมื่อเชื้อพิษสุนัขบ้าเข้าสู่คน “จากผลการเฝ้าติดตามที่ออกมาทำให้เราช่วยกันวิเคราะห์หาสาเหตุมาอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นว่า เพราะเหตุใดภูมิคุ้มกันในสุนัขซึ่งได้รับวัคซีนดังกล่าว จึงได้หดหายไปอย่างรวดเร็ว โดยได้เปรียบเทียบระหว่างอายุของสุนัขในขณะที่ได้รับวัคซีนสุขภาพของสุนัขแต่ละตัวในแง่โลหิตจางตรวจสอบพยาธิในกระแสเลือด ปริมาณเม็ดเลือดขาวในเลือด ซึ่งได้ข้อสรุปว่าไม่พบความแตกต่างกันในแง่ของกลุ่มอายุ ทั้งไม่พบข้อแตกต่างของกลุ่มที่มี และไม่มีภาวะผิดปกติดังกล่าว” “ชี้ให้เห็นว่า ข้อมูลต่างๆเหล่านี้ได้ตอกย้ำถึงความสำคัญในแง่ที่ควรประเมินยาหรือวัคซีนที่สั่งมาจากต่างประเทศก่อน ซึ่งแม้ว่าวัคซีนชนิดเดียวกับบริษัทผู้ผลิตจากต่างประเทศจะได้ทำการทดลองมาแล้วก็ตามว่าทำให้สุนัขของการศึกษาของฝรั่งมีระดับภูมิคุ้มกันสูงมาก และคงอยู่ติดต่อกันไม่ต่ำกว่า 2 ปีก็ตาม ภัยร้ายจากสุนัขที่น่ารัก เพราะถ้าเราโดนสุนัขนอกบ้านกัดยังไง เราก็ต้องไปฉีดยาป้องกันพิษสุนัขบ้าแน่ๆอยู่แล้ว แต่ถ้าเป็นสัตว์เลี้ยงในบ้านเราอาจวางใจเกินไป “โดยสรุป ขณะนี้เรายังไม่สามารถให้คำอธิบายได้ว่า อะไรเป็นสาเหตุของปรากฏการณ์เหล่านี้ ทั้งๆที่วัคซีนก็มีความแรงได้ระดับมาตรฐาน และยังใช้วิธีการฉีดเดียวกันคือ ฉีดเข้าไปที่ชั้นใต้ผิวหนัง(ไขมัน) อย่างไรก็ตามกองวิทยาศาสตร์ สภากาชาดไทยอยากฝากคำแนะนำไปถึงประชาชนผู้ใกล้ชิดสุนัขดังต่อไปนี้ 1.สุนัขที่บ้านของท่านจะต้องได้รับการฉีดวัคซีนตั้งแต่อายุ 3 เดือนขึ้นไป 2.วัคซีนที่ฉีดต้องฉีดเข้ากล้ามเนื้อที่ขาหลัง เพราะการฉีดเข้ากล้ามเนื้อ โดยปกติเป็นวิธีที่ไม่นิยมใช้ และแม้คำแนะนำของบริษัทวัคซีนแทบทุกบริษัทในขณะนี้ ก็ให้ฉีดเข้าชั้นใต้ผิวหนัง)ไขมัน) ซึ่งนอกจากจะทำให้ไม่เจ็บแล้ว ยังทำให้ไม่มีปัญหาในการจับสุนัขด้วย แต่การฉีดเข้ากล้ามในสุนัขเป็นที่พิสูจน์แล้วว่า เป้นวิธีที่ได้ผลดีที่สุด และอาจจะช่วยให้สุนัขไทยมีภูมิคุ้มกันดีขึ้น 3.สุนัขแต่ละตัวควรได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง โดยเข็มแรกควรฉีดเมื่อมีอายุ 3 เดือน เข็มที่ 2 ฉีดเมื่อมีอายุ 5 เดือน จากนั้นในปีที่2 และปีต่อๆไป ฉีดปีละ 2 ครั้ง ทุก 6 เดือน ที่สำคัญการฉีดดังกล่าวควรปฏิบัติจนกว่าจะพิสูจน์ได้แน่นอนว่า อะไรเป็นตัวการทำให้ภูมิคุ้มกันหดหาย 4.สำหรับผู้ที่เลี้ยงสุนัขและถูกสุนัขตวเองกัด แม้ว่าสุนัขตัวนั้นจะได้รับวัคซีนแล้วก็ตาม จะต้องพิจารณาสภาพอื่นประกอบด้วย เช่น ถ้าเลี้ยงแบบปล่อยปละละเลยให้วิ่งออกนอกบ้านไปคลุกคลีกับสุนัขตัวอื่นตามถนน ผู้ถูกกัดควรได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าทันทีโดยไม่ต้องรอดูอาการของสุนัขก่อนว่าบ้าหรือไม่ แต่ถ้าเป็นสุนัขที่เลี้ยงในบ้านอย่างถูกต้องก็ไม่มีความจำเป็นต้องฉีด 5.หากสงสัยว่าสุนัขของท่านมีภูมิคุ้มกันหลังจากได้รับวัคซีนไปแล้วหรือไม่สามารถนำสุนัขมาตรวจเลือดได้ในราคาพิเศษ โดยให้ไปติดต่อที่หน่วยชันสูตรโรคพาสุนัชบ้า ตึกเศรษฐภักดี กองวิทยาศาสตร์ สถานเสาวภาสภากาชาดไทย หรือตามหน่วยต่างๆ ที่มีเครื่องมือดังกล่าวพร้อมก้ได้ จนถึงวันนี้สำหรับคุณๆที่มีสุนัขอยู่ในหัวใจ ขอให้ตระหนักถึงพิษภัยที่มองไม่เห็นจากน้ำลายของเจ้าตัวโปรดแสนรู้ของคุณด้วย มิเช่นนั้นไม่มันก้คุณอาจต้องเป็นบ้าและตายอย่างน่าเวทนาจากกันไปก่อนก็ได้ อย่าให้ผมเป็นฆาตกรเพราะฝีมือเจ้าของเลยนะครับ (เพิ่มเติมจากผู้พิมพ์: ผมอ่านบทความนี้แล้วก็สงสัยว่า วัคซีนที่ในบทความนี้พูดถึงนั้นเป็นเรื่องตั้งแต่ปี 2529 แล้วปัจจุบันนี้ วัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าจะดีกว่าเดิมหรือป่าว?? จึงถามหมอชูศักดิ์โดยตรง ก็ได้รับคำตอบว่า เรื่องประสิทธิภาพก็คงไม่ต่างจากสมัยก่อนมากนัก แต่ประเด็นหลักที่อยากให้ทุกๆคนตระหนักเป็นเรื่องของระยะเวลาในการฉีดวัคซีนมากกว่า ในต่างประเทศ เช่นในอเมริกาการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้านั้นราคาอยู่ประมาณ 1,500 บาท แต่พอมาอยู่เมืองไทยกลับดูไม่มีราคาค่างวดมากนัก เพราะแต่ละที่ก็พากันฉีดฟรี แจกฟรี แต่ไม่มีการรณรงค์การฉีดอย่างเป็นระบบมากนัก ตารางการให้วัคซีนของหมอชูศักดิ์ตั้งแต่เป็นลูกสุนัข หมอชูศักดิ์จะนัดให้วัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้าตั้งแต่ ฉีดวัคซีนรวมในเข็มที่ 3+พิษสุนัขบ้า และ วัคซีนรวมเข็มที่4+พิษสุนัขบ้า และ หลังจากนั้นอีก 6 เดือนก็นัดฉีดวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้า จะเห็นว่าในปีแรกนั้น ก็ฉีดวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้าไปแล้ว 3 ครั้ง ในปีต่อมาเมื่อนัดฉีดวัคซีนรวมประจำปีก็จะรวมวัคซีนพิษสุนัขบ้าไปด้วย และหลังจากนั้นอีก 6 เดือนก็จะฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้าอีกเข็ม เท่ากับว่า ในปีต่อๆไปจะฉีดพิษสุนัขบ้าปีละ 2 ครั้ง อย่างนี้อุ่นใจกว่าเยอะมั้ยครับ และนอกจากนั้นแล้วหมอชูศักดิ์ยังคิดไปถึงเรื่องการแก้ปัญหาสุนัขจรจัดทั้งหลายอีกด้วย ตามลิงค์เดิมในเรื่อง มาแก้ปัญหาสัตว์เลี้ยงกันเถอะ หากเพียงแต่การช่วยสุนัขจรเหล่านั้นแค่ทำวัคซีนอย่างเดียวไม่สามารถแก้ปัญหาในสังคมได้ หมอชูศักดิ์จึงเสนอว่าในเมื่อเราฉีดวัคซีนให้หมาจรก็บวกวัคซีนพิษสุนัขบ้าไปด้วยในเข็มแรก และ รวมฉีดยาคุมไปด้วย ทำแบบนี้ทุกๆ 6 เดือน เราจะแก้ไขปัญหาได้เกือบทุกๆเรื่อง เช่น พาหะนำโรคไข้หัด ลำไส้อักเสบ พิษสุนัขบ้า การตั้งท้องและคุมกำเนิด อยากอ่านแนวความคิดนี้เพิ่มเติมก็ตามลิงค์ข้างต้นไปเลยนะครับ)
ภัยจากโรคพิษสุนัขบ้าสถิติยังไม่ลดอย่าประมาทฉีดวัคซีนดูแลให้ถูกวิธี
เรียบเรียงบทความโดย น.สพ.ชูศักดิ์ เชาวน์วิวัฒน์
Tag: พันธุ์ชิวาวา, พันธุ์มิเนเจอร์พินช์เชอร์
ชอบ  (1)
  • wan  weera
  • ชอบสิ่งนี้
, View: 1,428, Comment: 0

Blog ของ

อเมซ

เปกัส (Pegus)



« Blog ก่อนหน้า

กล่องแสดงความคิดเห็น กับกลุ่มเพื่อนที่รักสุนัขทุกท่าน ที่นี่ที่เดียว Dogilike.com

ผู้เยี่ยมชม < Login here! >
ชื่อ*:    Email:     พิมพ์เลขที่เห็น*