[กลับหน้าหลัก]

Blog

  [ Blog ] 1 กรกฏาคม 2556

โรคมะเร็งกับสัตว์เลี้ยง
เป็นโรคร้ายที่คุกคามและคร่าชีวิตสัตว์เลี้ยงที่ เรารักทำให้สุนัขตายสูงเกือบ 50% เมื่อเทียบกับโรคหัวใจ (12%)
หมวดหมู่:
Tag: พันธุ์พุดเดิ้ล
ชอบ  (1)
  • poplovetam
  • ชอบสิ่งนี้
, View: 695, Comment: 2



โรคมะเร็งกับสัตว์เลี้ยง



ปัจจุบันนี้ “มะเร็ง” ยังคงเป็นโรคร้ายที่คุกคามและคร่าชีวิตสัตว์เลี้ยงที่ เรารักอยู่ จากการสำรวจ     ในปี 1998 ของ Morris Animal Foundation Animal Health Survey แสดงให้      เห็นว่ามะเร็งเป็นโรคที่ทำให้สุนัขตายสูงเกือบ 50% เมื่อเทียบกับโรคหัวใจ (12%) และโรคไต (8%)

               ในทำนองเดียวกันมะเร็งในคนก็จัดเป็นปัญหาทางสาธารณสุขของทุกประเทศทั่วโลกที่พบว่าก่อ       ให้เกิดอันตราการตายอยู่ใน 3 อันดับแรก อาจเป็นอันดับสองบ้าง อันดับสามบ้างแตกต่างกันไปในแต่ละ ประเทศ เป็นที่น่าแปลกใจว่าการป่วยด้วยโรคนี้ที่พบเพิ่มขึ้นทั้งในคนและสัตว์เลี้ยง มีส่วนเกี่ยวข้องกันหรือ    ไม่ มีผู้สังเกตและเสนอแนะให้เห็นว่า

              ในปัจจุบันนี้การเลี้ยงดู และความใกล้ชิดของสัตว์เลี้ยง (เช่น สุนัข แมว) กีบเจ้าของมีมากขึ้น ทำ      ให้สัตว์เลี้ยงถูกนำเข้ามาสัมผัสและตกอยู่ในภาวะมลพิษของสิ่งแวดล้อม อาหาร น้ำ อากาศ สารเคมีกัมมันต ภาพรังสี และอื่นๆร่วมกับมนุษย์เรา ตัวแปรเหล่านี้เองที่อาจมีผลกระตุ้นให้เซลล์ใดเซลล์หนึ่งในร่างกายเกิด ความ ผิดปกติ นำไปสู้การเจริญเติบโตที่ผิดปกติ และกลายเป็นมะเร็งในที่สุด ถ้าอย่างนั้นสัตว์เลี้ยงที่เรารัก    อาจกำลังได้รับความเสี่ยงต่อการคุกคามด้วย โรคมะเร็งอยู่หรือเปล่า? เจ้าของจะทราบได้อย่างไร? มีตัววัด  หรืออาการใดบ้างที่บ่งชี้ให้เจ้าของสัตว์ที่เริ่มสงสัย และพามาหาสัตวแพทย์?

               AVMA(Amercan Veterinary Medical Asscociation) ได้เสนอแนะว่ามี 10 ข้อ ที่น่าสงสัยว่าสัตว์เลี้ยงของเรากำลังคุกคามด้วยมะเร็ง ดังนี้
          1. มี การบวมโตผิดปกติ (Abnormal swelling) ที่บริเวณใดบริเวณหนึ่ง และดูเหมือนว่าจะ  คงอยู่ และโตขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่มีการลดขนาดหรือยุบลง
         2. มีแผลบนผิวหนัง แผลเปื่อย เจ็บปวด (Sores) ที่หายยาก (Do not heal)
         3. น้ำหนักลดลง (Weight loss)
        4. เบื่อไม่อยากอาหาร (Loss of appetite)
        5. มีการไหลของเลือด (Bleeding) หรือมีสิ่งที่ถูกขับปล่อยออกมา (Discharge) จากส่วนของ ร่างกายที่มีช่องเปิด หรือรูเปิด
        6. มีกลิ่นเหม็นที่รุนแรง (Offensive odor)



7. มีอาการกลืน (Swallowing) หรือกินอาหาร (Eating) ลำบาก
8. มีอาการเฉื่อยชา ไม่อยากออกกำลังกาย ไม่แข็งแรง และไม่อดทน
 9. มีอาการเจ็บขา (Lameness or stiffness) บ่อย และไม่หาย
10. มีอาการหายใจลำบาก ปัสสาวะติดขัด ถ่ายอุจจาระยากผิดปกติ

                  อาการผิดปกติเหล่านี้คงพอที่จะช่วยให้เจ้าของสังเกตเห็นและนำมาหา สัตวแพทย์แต่เนิ่นๆ เพื่อ ตรวจสุขภาพสัตว์เลี้ยงของท่าน แต่ทั้งนี้ก็มิได้หมายความว่า ถ้าตรวจพบอาการเหล่านี้จะสรุปได้ทันทีว่าสัตว์ เลี้ยงของท่านป่วยด้วยโรคร้าย นี้ เป็นแต่เพียงบ่งชี้ว่าน่าจะมีความผิดปกติเกิดขึ้นแก่สัตว์เลี้ยงของท่าน  และ    อาจป่วยด้วยโรคมะเร็งหรือเปล่า?

                  สัตวแพทย์กับการดูแลจัดการกับสัตว์ป่วยของท่าน เมื่อสงสัย
ว่าป่วยด้วยโรคมะเร็ง

          ข้อแรก : การตรวจวินิจฉัย (Get a diagnosis)
                 การ ส่งตรวจตัวอย่างเนื้อเยื่อ (biopsy) เพื่อช่วยวินิจฉัย ชนิดของเนื้องอก เป็นขั้นตอนแรกที่    สัตวแพทย์ต้องทราบก่อนที่จะเริ่มวางแผนและเตรียมการรักษาสัตว์เลี้ยงของท่านการตรวจเนื้องอกที่จะช่วย  บ่งชี้ว่าเนื้องอกนั้นเป็นเนือ้งอกชนิดร้ายแรง (malignant) ที่เรียกว่ามะเร็งหรือเป็นเนื้องอกชนิดที่ไม่ ร้ายแรง (benign) การตรวจวินิจฉัยที่ถูกต้องเท่านั้นที่จะนำไปสู่การรักษาที่ถูกวิธี ทั้งยังช่วยให้ทราบว่า    เนื้องอกที่เกิดขึ้นมีต้นกำเนิด (origin) มาจากส่วนใด มีการเติบโตผิดปกติอย่างไร และเป็นชนิดใด
          ข้อสอง : การประเมินสภาพสัตว์ป่วย (Evaluate the entire patient)
               การ ตรวจประเมินสภาพสัตว์ป่วย คือ การตรวจดูค่าเลือด (blood count, blood  chemistry) ค่าปัสสาวะ (urinalysis) รวมถึงการตรวจทางรังสีวินิจฉัยเพื่อดูการแพร่กระจาย  (metastasis) ของเนื้องอกในบริเวณตำแหน่งของเนื้องอก (tumor site) ช่องอก (thorax)         ช่องท้อง (abdomen) นอกเหนือจากนี้อาจต้องมีการตรวจเฉพาะพิเศษอื่นๆ เพื่อประกอบการรักษา         เช่น bone marrow aspirate, electrophoresis of serum or urine, buffy       coat smears, ultrasound of a body area, nuclear imaging, serology,  virology, etc.
          การตรวจและประเมินสภาพสัตว์ป่วยยังช่วยคาดการณ์ประเมินขอบเขตความสำเร็จของการรักษาด้วย


ข้อสาม : การวางแผนการักษา และเตรียมการรักษาที่เหมาะสม (Develop an appropriate   treatment plan)

                การรักษาโดยการผ่าตัดก้อน เนื้อร้ายและบริเวณรอบ    ออกไปด้วย  วิธีทางศัลยกรรม  (surgery)  หรือการรักษาโดยการหยุดยั้งทำลายการเติบโตของเซลล์
มะเร็งด้วยวิธีการให้สารคมีบำบัด   (  
chemotherapy  )  การฉายรังสีรักษา (radiation) หรือการให้แบบร่วมกัน  (combination chemotherapy, radiation and/or surgery) ล้วนเป็นวิธีการรักษาทั่วไปในปัจจุบัน ซึ่งก็ไม่
แตกต่างกับการรักษาเนื้องอกของคน
การเลือกวิธีการรักษาต้องพิจาณา ไปถึงชนิดของเ
นื้องอกของคน
การเลือดวิธีการรักษาต้องพิจารณาไปถึง ชนิดของเนื้องอก ตำแหน่ง
ของ เนื้องอก
ระยะเวลาและความรุนแรงของเนื้องอก ตำแหน่งของเนื้องอก ระยะเวลา
และความรุนแรงของ เนื้องอกตลอดจนอายุ สุขภาพลภาพของสัตว์ประกอบ
สิ่งที่ต้อง
คำนึงถึงอื่นๆ
คือผลข้างเคียงของการใช้        รังสีหรือสารเคมีบำบัดช่วยในการรักษา
เช่น
เม็ดเลือดขาว/แดงต่ำ อาเจียน ท้องเสีย ขนร่วง ตับไตอักเสบ            เป็นต้น
                หลักการทั่วไปของการรักษาคือ ถ้าไม่สามารถใช้การผ่าตัดเอาก้อนเนื้อร้าย
ออก
หรือไม่สามารถ       ใช้การฉายรังสีช่วยการรักษาได้ ก็จะต้องพิจารณาเลือกใช้
การให้สารเคมีบำบัดช่วยในการรักษา
โรคมะเร็งกับสัตว์เลี้ยง
เป็นโรคร้ายที่คุกคามและคร่าชีวิตสัตว์เลี้ยงที่ เรารักทำให้สุนัขตายสูงเกือบ 50% เมื่อเทียบกับโรคหัวใจ (12%)
Tag: พันธุ์พุดเดิ้ล
ชอบ  (1)

  • poplovetam
  • ชอบสิ่งนี้
, View: 695, Comment: 2


Blog ถัดไป »« Blog ก่อนหน้า

กล่องแสดงความคิดเห็น กับกลุ่มเพื่อนที่รักสุนัขทุกท่าน ที่นี่ที่เดียว Dogilike.com

ผู้เยี่ยมชม < Login here! >
ชื่อ*:    Email:     พิมพ์เลขที่เห็น*

ความคิดเห็นของกลุ่มเพื่อนที่รักสุนัขทุกท่าน ที่นี่ที่เดียว Dogilike.com

ใบตาล < Profile >   [ IP : 58.9.47.98 ]
วันที่: 3 กรกฏาคม 2556 [17:02]   Email / Msn: supawadee.03(แอท)outlook.com

ชุดน่ารักมากๆค่ะ
ชอบ  (0)

poplovetam < Profile >   [ IP : 115.87.214.63 ]
วันที่: 5 กรกฏาคม 2556 [16:41]   Email / Msn: pop_sm(แอท)hotmail.com

ขอบคุณมากค่ะ
ชอบ  (0)