What's up

ไม่รักหนู .. แล้วแม่จะรักหมาตัวไหน ?

ฉันไม่ชอบเลี้ยงสัตว์  ไม่ชอบผูกพันกับอะไร ชีวิตที่ผ่านมาได้ท่องเที่ยว ปาร์ตี้ เฮฮากับเพื่อนฝูง ... เรียกได้ว่าลั้ลลาไม่มีวันหยุด .. แล้วจู่ ๆ วันหนึ่ง น้องชายฉันก็โผล่มาที่บ้านพร้อมด้วยลูกหมาตาแบ๊วตัวใหญ่ยักษ์... เขาบอกว่าเอามาฝากเลี้ยงหน่อย ... อ๊าย..ย..ย อะไรยะ ... ถามฉันหรือยัง ... ฉันบอกหลายหนแล้วว่าไม่ชอบเลี้ยงสัตว์ ขนาดปลาหางนกยูงแค่อ่างเดียว ฉันยังยกให้คนอื่นไปเลย ... เขารู้ไหมเนี่ย

น้องชายบอก “เอาน่า ฝากไว้สองสามวันเท่านั้นแหละ” ... “นี่ยังไม่ได้ตั้งชื่อมันเลย ช่วยกันตั้งหน่อยสิ”

ฉันรู้ทันว่าคงเป็นแผนให้ฉันรู้สึกมีส่วนร่วมในการเลี้ยงมันสินะ ... ฉันหันไปมองมันเต็มตา ลูกหมาอะไรหว่า หน้าคล้ายไซบีเรียน แต่ตาสีน้ำตาลแป๋วแหวว หน้านางดูอ่อนวัยตัวกลมขนฟู ตัวใหญ่ผิดขนาดลูกหมาที่เคยเห็น  ... น้องชายบอกนางเป็นหมาตัวผู้ พันธุ์อลาสกัน มาลามิวท์ (Alaskan Malamute)

“งั้นชื่อ “ถวัลศักดิ์” ละกัน”  ฉันว่าชื่อนี้ดูแมน ๆ ลูกผู้ชายดีนะ

“โอ๊ย ..เกิดไปตรงกับชื่อญาติข้างไหนของเราขึ้นมา เดี๋ยวเขาจะเคืองเอานะ” น้องชายฉันรีบปฏิเสธ

“ชื่อ ดีโน่ เป็นไง ชื่อเดียวกับไดโนเสาร์ ในการ์ตูนมนุษย์หินฟริ้นสโตน”

“อืม ... ก็ยังไม่โดนนะ”  ชื่อสุดเด็ดของฉันโดนปฏิเสธอีกรอบ

แม๊กซ์ ลัคกี้ โชคดี ต้นหอม เฉาก๊วย อวยชัย ปลากริมไข่เต่า ไอ้ดำ ไอ้ด่าง ไอ้ลิง ค่าง บ่าง ชะนี สารพัดชื่อที่ฉันใช้ความรู้ทางภาษาสรรหามาแบบทุ่มเท แต่โดนปฏิเสธหมด ... ในที่สุดเขาบอกว่าเรียก "ทาโร่" ละกัน ชื่อเดียวกับอุลตราแมน อุลตราทาโร่ไงล่ะ ... โห ... ชื่อถวัลศักดิ์ของฉันยังดูเท่ซะกว่า ... แต่เอาเถอะ เขาเจ้าของหมา ชื่อทาโร่ ก็ทาโร่ ... แต่อยู่กับฉันแค่สองสามวันนะ อย่าลืมมาเอาคืนไปละกัน ... ฉันขอแค่นั้นล่ะ

เค้าลางแห่งความวุ่นวายส่อให้เห็นตั้งแต่นางเริ่มเข้ามาในชีวิตฉัน ... ด้วยความที่”ทาโร่” แม้นางจะตัวโตขนาดหมาไทยวัย 1 ปี แต่ในความเป็นจริง นางคือหมาเด็กน้อยวัยไม่ถึง 2 เดือน นางจึงอ้อนและติดเราตลอดเวลา ... ไม่ว่าฉันจะไปสถิตอยู่ตรงส่วนไหน นางจะตามไปสิงฉันทุกที่ ... พอนั่งทำงาน นางจะมาตะกายขาส่งเสียงงี๊ดง๊าดขอขึ้นมานั่งบนตัก ... พอยืนทำอะไร นางจะมานอนหมอบอยู่ชิดเท้า ... พอแกล้งวิ่ง นางก็จะวิ่งตุปัดตุเป๋ตามอย่างไม่ลดละ ... เวลานางหลับ ฉันเกิดจะไปเข้าห้องน้ำ ก็ต้องค่อย ๆ ย่องไป เพราะนางจะหูตั้ง หางกระดิก รู้สึกตัว แล้วงัวเงียเดินตามมาล้มตัวนอนเฝ้าอยู่หน้าห้องน้ำ ทำแบบนี้ทุกการปวดหนักปวดเบาของฉัน จนต้องเกรงใจนาง

เมื่อถึงเวลานอน ฉันก็ไม่ใจร้ายซะทีเดียวหรอกนะ อุตส่าห์ให้นางมานอนร่วมห้องด้วย แต่เรื่องที่จะขึ้นมานอนร่วมเตียง .. อย่าหวัง...ไม่ว่านางจะเว้าวอนคร่ำครวญยังไงก็ตาม ... ถ้าฉันอยู่บนเตียงในท่านั่ง ไม่มีปัญหา ... แต่ถ้าเอนหลังแตะที่นอนเมื่อไหร่ นางจะส่งเสียงโหยหวนครวญครางปริเวทนาดุจลูกน้อยถูกพรากจากอกแม่บังเกิดเกล้าไปชั่วนิรันดร์ จนฉันประสาทเสีย  ... ทุกคืนมนุษย์ที่ชอบการนอนเป็นที่สุดอย่างฉันจึงต้องนอนในท่าห้อยขาลงมาจากเตียงข้างหนึ่ง เพื่อให้นางนอนซบบนเท้าฉันเป็นประกัน เป็นการนอนที่ทุลักทุเลและแสนเมื่อยสุดจะบรรยาย

ครั้งหนึ่งเคยพานางไปเยี่ยมคุณน้าของฉันที่บ้านชายทะเล ... เราปล่อยให้นางวิ่งเล่นอยู่ในสนามหญ้าที่มีสระบัวเล็ก ๆ มีปลาสีสวยว่ายเล่น สระนั้นล้อมรอบไปด้วยแปลงดอกไม้สวยงามน่ารักมาก ... ฉันปล่อยให้ทาโร่ได้เล่นที่สนามตามประสาหมาเด็กวัยหนึ่งขวบ คิดว่านางคงแฮปปี้กลิ้งเกลือกไปกับหญ้า วิ่งเล่นไล่งับผีเสื้อแบบเกร๋ ๆ เหมือนหมาในจินตนาการของฉัน มากกว่ามานอนฟังผู้ใหญ่คุยกัน ... แค่ไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงเดินกลับไปดูนางอีกที ... ภาพที่เห็นทำเอาทั้งคุณน้าและฉันสตั๊นท์ไปเจ็ดวิ ฯ ... สนามหญ้าเขียวขจี ตอนนี้มีหลุมดินถูกขุดจนลึกเตะตาโดดเด่น ขนาดกว้างพอให้ลูกหมาลงไปนอนทำท่าลังกาเกลียวได้สบาย... สระบัวเล็ก ๆ นั้น ดอกบัวกระจุยกระจาย ส่วนหนึ่งยังติดอยู่บนหัวนังทาโร่ด้วยซ้ำ ปลาสวย ๆ ในสระไม่รู้หายไปไหนมั่ง ... ฉันหันขวับเตรียมไปเฉ่งไอ้ตัวแสบ ... นางนั่งมองหน้าฉันด้วยสายตาร่าเริงเหมือนอยากอวดวีรกรรม เนื้อตัวเต็มไปด้วยโคลนและน้ำ จนหูลู่ตกลงมา ถ้าทิ้งไว้อย่างนั้นสักพัก ตัวนางคงจะแข็งเหมือนรูปปั้นหมา เพราะโคลนพอกจนแน่นตัว ส่วนบนหัวมีเศษซากใบบัวห้อยย้อยลงมาปิดตาไว้ข้างหนึ่งอย่างกับโจรสลัดตาเดียว เป็นไอ้โจรสลัดที่น่าคว้าไม้เรียวมาหวดก้นเป็นที่สุด ... หันไปดูหน้าคุณน้า เห็นแววตาแกตกใจสะพรึงแบบคาดไม่ถึงกับรัศมีการทำลายล้างของลูกหมาวัยไม่ถึงขวบ ฉันนี้แทบจะคลานในท่าเทพนมไปกราบขอโทษคุณน้าในความผิดที่นังทาโร่ก่อไว้จริง ๆ

ถึงตอนนี้ คงสงสัยกันใช่มั้ยล่ะ ทำไมทาโร่ถึงอยู่กับฉันมาเกือบปีจนได้ เหตุผลยาวเหยียดเสียดไปถึงสุไหงโกลกเลยค่ะ ... ถ้ารวบรัดสั้น ๆ คือ น้องชายของฉัน เจ้าของตัวจริงของทาโร่ไม่ค่อยอยู่บ้าน เขาต้องทิ้งทาโร่ให้อยู่บ้านตัวเดียวบ่อยครั้ง ด้วยความสงสารลูกหมาตาดำ ๆ ฉันเลยอาสาดูให้  เริ่มจากสองสามวันมาฝากที จนกลายเป็นฝากทีละหลาย ๆ วัน จากหลาย ๆ วันเป็นเดือน โดยที่ทาโร่อยู่กับฉันตลอด ส่วนน้องชายฉันก็จะแวะเวียนมาหาทาโร่บ่อย ๆ (เมื่อเขาว่าง) ... ไป ๆ มา ๆ ฉันเลยพลาดท่าให้ทาโร่  บอกให้เขาเอาทาโร่ไว้ที่นี่แหละ ... นับแต่นั้นมาฉันกับทาโร่แทบไม่เคยห่างกันอีกเลย ... และนั่นเป็นแค่จุดเริ่มต้นของความปวดตั้งแต่หัวยันขมับ จากวีรกรรมสุดแสบที่มาแบบซื่อ ๆ ของ”ทาโร่” ยักษ์ใหญ่ใจดี สายพันธุ์ราชันย์แห่งสุนัขลากเลื่อน


New Update


      โพสต์ก่อนหน้า


      เพื่อนทั้งหมด6 คน


      ดูเพื่อนทั้งหมด